ก็บหินแก้วผลึกมนตราขึ้นมา แล้วนำมันเข้าไปในสร้อยข้อมือม่านถัว
ไม่นานนัก คนกลุ่มหนึ่งก็เหินทะยานมาจากที่ไกลๆ
“คุณชายซือหม่า เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่” พวกกัวเพ่ยเพ่ยยืนอยู่บนหลังสัตว์อสูรบินได้พลางมองซือหม่าโยวเย่ว์ที่ยืนอยู่ในหลุม
ซือหม่าโยวเย่ว์เงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าพวกเขามากันหมด จึงโบกไม้โบกมือให้พวกเขาพลางเอ่ยว่า “ข้าไม่เป็นไร”
พวกซือหม่าโยวเล่อลงมาจากหลังสัตว์อสูรบินได้ เมื่อเห็นเธอยืนอยู่ในหลุมจึงถามว่า “หาหินแก้วผลึกมนตราพบแล้วหรือยัง”
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบหินชิ้นเล็กๆ ที่หล่นอยู่ข้างหินแก้วผลึกมนตราเมื่อครู่นี้ออกมาพลางเอ่ยว่า “คือของสิ่งนี้อย่างไรเล่า”
“หินก้อนเล็กแค่นี้ แล้วเจ้าขุดหลุมใหญ่โตเช่นนี้ไปทำไมกันน่ะ” พวกเจ้าอ้วนชวีเข้ามาสมทบด้วย เมื่อเห็นก้อนหินสีดำในมือเธอจึงเอ่ยถามขึ้น
“มิได้ให้เจ้าขุดเสียหน่อยนี่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เธอหยิบก้อนดินแปลงสภาพที่ยังมิได้กลายเป็นฝุ่นดินโดยสมบูรณ์ออกมาพลางเอ่ยว่า “เจ้าลองดูสิว่าของสิ่งนี้มีประโยชน์ต่อเจ้าหรือไม่”
“ไหนดูซิ” เจ้าอ้วนชวีหยิบก้อนดินขึ้นมา ทันทีที่มือสัมผัสก็รู้สึกได้ถึงความแตกต่าง “ดินนี่ช่างแข็งแรงทนทานยิ่งนัก! เห็นอย