ู่ชัดๆ ว่ามิได้จับตัวเป็นก้อนหิน แต่กลับแข็งยิ่งกว่าก้อนหินเสียอีก!”
“เจ้าลองดูหน่อยว่าทำลายมันให้แตกได้หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ได้เลย”
เจ้าอ้วนชวีหยิบภาชนะใบหนึ่งออกมาแล้วใส่เศษดินเข้าไป หลังจากนั้นจึงเริ่มทุบตีมัน แต่ผ่านไปหลายนาทีแล้ว ก้อนดินนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ทว่าภาชนะที่เขานำมาใช้กลับพังไปเสียแล้ว
เมื่อเห็นเครื่องมือของตนพังไป เจ้าอ้วนชวีกลับไม่เจ็บปวดใจเลยแม้แต่น้อย ทว่าสองตากลับเป็นประกายแล้วเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “นี่เป็นของดีจริงๆ ด้วย!”
คนตระกูลกัวเห็นเหตุการณ์นี้จึงเอ่ยว่า “นี่คือเศษดินอะไรหรือ จึงได้ทนทานถึงเพียงนี้!”
“ดินที่หินแก้วผลึกมนตราเหนี่ยวนำให้แปรสภาพน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เจ้าอ้วนชวีทดสอบดูอีกหลายครั้ง ใช้ทุกวิถีทางก็ยังมิอาจทำให้เศษดินนั้นแหลกสลายได้เลย
“โยวเย่ว์ ของสิ่งนี้ดีก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ถ้าทำให้แตกมิได้ ก็ไม่มีประโยชน์น่ะสิ!” เขาร้องคร่ำครวญใส่ซือหม่าโยวเย่ว์
“ให้ข้าลองดูหน่อยสิ” กัวเพ่ยเพ่ยพูด
เจ้าอ้วนชวีมอบสิ่งของให้นาง นางวางมันลงบนก้อนหินใหญ่ตรงหน้า ก่อนจะโจมตีอย่างสุดกำลังภายใต้คำเตือนของซือหม่าโยวเย่ว์
“ปึง…”
ก้อนหินใหญ่ก้อนนั้นถู