งขี่หลังเจ้าวิหคน้อยบินไปยังหุบเขา
“นั่นคือสัตว์อสูรเทพวิหคสี่ปีกขั้นห้าอย่างนั้นหรือ”
เมื่อคืนเจ้าวิหคน้อยเป็นเพียงร่างจำแลง ดังนั้นพวกเขาจึงมองร่างจริงและระดับขั้นของเจ้าวิหคน้อยไม่ออก เมื่อมาเห็นในวันนี้ จึงพากันตกใจจนสะดุ้ง
“สัตว์อสูรเทพมีพลังยุทธ์ระดับจ้าววิญญาณ ทั้งยังเป็นปรมาจารย์ค่ายกล ดูท่าทางคนของดินแดนอี้หลินคงมิได้ย่ำแย่กันหมดกระมัง!” คนตระกูลกัวต่างรำพึงกันอยู่ในใจ
เจ้าวิหคน้อยนั้นรวดเร็วอย่างยิ่ง เมื่อคืนพวกเขาบินกันตลอดคืนจึงบินออกไปได้ระยะทางไกลเช่นนั้น แต่เจ้าวิหคน้อยใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมงกว่าก็มาถึงแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์มาถึงในหุบเขาก็เห็นก้อนหินที่โล่งเตียนก้อนหนึ่ง จึงเอ่ยว่า “ดูเหมือนว่าตอนตั้งค่ายเมื่อวาน พวกเราจะละเลยกันไปเอง ตอนนั้นที่เห็นว่าทั่วทั้งหุบเขาไม่มีอะไรเลย ก็น่าจะคิดได้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่พวกเรากลับมองข้ามจุดนี้ไปเสียได้”
สัตว์อสูรวิเศษอาจจะมาอาละวาดที่นี่กันทุกคืน มิน่าเล่า พืชพรรณจึงมิอาจเจริญเติบโตขึ้นมาได้เลย
เธอเดินรอบหุบเขารอบหนึ่งแล้วก็ไม่พบก้อนหินที่มีความพิเศษแต่อย่างใด เธอจึงเคาะสร้อยข้อมือพลางเอ่ยว่า “นี่ ข้าไม่รู้จักหินแก้วผลึกมนตราหรอกนะ