พวกเขาก็ยังคงขี่หลังเจ้าวิหคน้อยไปกันหมดเพราะเจ้าวิหคน้อยบินได้รวดเร็วสมคำร่ำลือ
เจ้าวิหคน้อยพาพวกเขาบินผ่านทุ่งหญ้า บินผ่านภูเขาสูง แล้วก็เห็นสมาชิกตระกูลคนแล้วคนเล่า จากนั้นพวกเขาจึงร่อนลงที่บริเวณตีนเขา
“ท่านปู่เคยบอกว่ามีโอกาสรอคอยอยู่ที่นี่เป็นจำนวนมาก” ซือหม่าโยวหยางพูด
“เช่นนั้นพวกเราก็เข้าไปค้นหาในภูเขากันเถิด”
ทุกคนลงมาจากร่างของเจ้าวิหคน้อย สมาชิกตระกูลจำนวนหนึ่งซึ่งมาถึงที่นี่ก่อนเข้ามาสนทนาแลกเปลี่ยนกับพวกเขา
“เหตุใดพวกเจ้าจึงอยู่ด้านนอกกันหมด ไม่เข้าไปในภูเขาหรือ” ซือหม่าโยวหลินขมวดคิ้วถาม
“ในภูเขามีสัตว์อสูรเทพอยู่ไม่น้อย พวกเราไม่กล้าเข้าไปหรอก” สมาชิกตระกูลสายเกี่ยวดองคนหนึ่งพูด
“มีสัตว์อสูรเทพด้วย?!” ซือหม่าโยวเย่ว์สองตาเปล่งประกาย ก่อนจะลูบคางแล้วเอ่ยว่า “พวกเรารวบหัวรวบหางให้หมดในคราวเดียวเลยไม่ดีหรือ พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่ามีสัตว์อสูรเทพอยู่ทั้งหมดเท่าไหร่”
“มีเยอะพอตัวเลยล่ะ” สมาชิกตระกูลผู้นั้นพูด
“โอ้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราเก็บสัตว์อสูรเทพเหล่านั้นให้หมดก่อนแล้วค่อยไปแสวงหาโอกาสดีหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์มองซือหม่าโยวหลินพลางเอ่ยถาม
ถึงอย่างไรเธอก็มิได้มีสายโลหิตตระกูลซือหม่า มรดกตกทอดอะไรเหล่านั้นก็คงมิได้ตกเป็นของเธออยู่ดี มิสู้ช่วยให้คนของตระกูลซือหม่ายกระดับพลังยุทธ์ก่อน ก็คงทำให้จิ้งจอกเฒ่านั่นอับจนคำพูดแล้ว
ซือหม่าโยวหลินเป็นถึงอันดับหนึ่งของบรรดาคนรุ่นเยาว์ ย่