็นได้” ซือหม่าโยวฉิงพูดอย่างหวาดหวั่น
ซือหม่าโยวหยางยิ้มยิงฟันแล้วเอ่ยว่า “เช่นนี้ก็ดีเลย คราวนี้พวกเราจับพวกมันมาทำพันธสัญญาให้หมดแล้วพาออกไป ถึงอย่างไรหากไม่ทำพันธสัญญา พวกมันก็มิอาจออกไปได้อยู่ดี คงได้แต่สิ้นเปลืองเวลาทั้งชีวิตอยู่ในดินแดนบรรพบุรุษอันเล็กจ้อยแห่งนี้ ไปกันเถิด ไปกวาดต้อนพวกมันกัน”
“ดีเลย!” สมาชิกตระกูลของตระกูลซือหม่าต่างมีชีวิตชีวากันขึ้นมา แล้วไปกวาดต้อนพวกมันพร้อมกันกับซือหม่าโยวหยาง
ระยะเวลาผ่านไปเกือบเดือน คนของตระกูลซือหม่ายังคงผ่านวันเวลาไปด้วยการกวาดต้อนสัตว์อสูรเทพ ดูซือหม่าโยวเย่ว์ฝึกพวกมันให้เชื่อง ทำพันธสัญญา และเลื่อนระดับกันอยู่
สำหรับพวกเขาแล้วนี่ดูเหมือนหนึ่งเดือนที่อยู่ท่ามกลางห้วงความฝัน การใช้ชีวิตเช่นนี้เป็นสิ่งที่ก่อนหน้านี้ไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการเลยด้วยซ้ำ
ในที่สุดซือหม่าโยวเย่ว์ก็ฝึกสัตว์อสูรเทพไปทั้งหมดเก้าสิบตน บวกกับนกยักษ์แปดตนก่อนหน้านี้ ก็มีจำนวนทั้งสิ้นถึงเก้าสิบแปดตน
คนหนุ่มสาวทยอยกันเข้ามาคนแล้วคนเล่า เธอรับผิดชอบแค่การฝึกพวกมันให้เชื่องเท่านั้น ส่วนเรื่องการแบ่งสันก็ยกให้พวกคุณชายสายตรงอย่างซือหม่าโยวหลินเป็นคนจัดการ
หลังจากฝึกสัตว์อสูรเทพตนสุดท้ายให้เชื่องเรียบร้อยแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์ก็รู้สึกว่าตนจะเลื่อนระดับได้อีกครั้งแล้ว เมื่อนึกถึงว่าตั้งแต่ตนเข้ามาเพิ่งจะเลื่อนระดับไปแค่ขั้นเดียวเท่านั้น เธอกดพลังวิญญาณทั้งหมดเอาไว้ภายในร่