้อมกันกับพวกเขาเลย โดยเฉพาะเจ้า เดิมทีคนที่มิได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดนั้นมิอาจเข้าไปได้ แต่ข้าจะให้เจ้าเข้าไปเป็นข้อยกเว้น”
“ตระกูลของพวกท่านอยู่มานานปีถึงเพียงนี้แล้ว คาดว่าโอกาสอะไรนั่นคงจะมีเหลืออยู่ไม่เท่าไหร่แล้วละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พึมพำเสียงเบา แต่ต่อให้เสียงเบายิ่งกว่านี้ก็ไม่มีทางรอดพ้นโสตประสาทของจ้าววิญญาณไปได้
ซือหม่าไท่หัวเราะเสียงดังแล้วเอ่ยว่า “ดินแดนบรรพบุรุษของตระกูลซือหม่าเราจะหมดสิ้นได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนั้นได้อย่างไรเล่า! เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลเลย”
“เช่นนั้นท่านจะวิตกกังวลไปทำไมกันเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม “หรือว่ามิใช่เพราะเรื่องนี้”
ซือหม่าไท่ถอนหายใจแล้วส่ายหน้าอย่างยาวนาน “สิ่งที่ข้ากังวลมิใช่เรื่องนี้หรอก หากแต่เป็นเพราะดินแดนบรรพบุรุษมิได้ถ่ายทอดสิ่งใดออกมาให้เป็นเวลาเนิ่นนานแล้วต่างหาก”
“ตัดขาดการถ่ายทอดอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ตกใจอย่างยิ่ง นี่อาจเกี่ยวโยงถึงเส้นสายชีวิตของขุมอำนาจแห่งหนึ่งเลยทีเดียว!
“จะพูดเช่นนั้นก็ได้” ซือหม่าไท่ทอดถอนใจแล้วเอ่ยว่า “ตระกูลซือหม่าเรามีจำนวนคนไม่มากเท่าขุมอำนาจชั้นหนึ่งอื่นๆ แต่ร้อยปีพันปีหลังมานี้ก็ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพวกเขาโดยอาศัยมรดกตกทอดของพวกเราเท่านั้น”
“ดังนั้นตระกูลซือหม่าจึงได้ถดถอยลงไปทุกวัน และด้วยเหตุนี้จึงได้กลายเป็นเป้าหมายของผู้อื่นด้วย” ซือหม่าโยวเย่ว์เข้าใจขึ้นมาในทันที
ซือหม่าไท่มองซือ