หม่าโยวเย่ว์อย่างพึงพอใจ เธอเฉลียวฉลาดอย่างแท้จริง คนในครอบครัวจำนวนมากต่างก็มิได้ตระหนักถึงจุดนี้เลย แต่เธอเพิ่งมาได้ไม่นานก็เข้าใจสถานการณ์ที่ตระกูลซือหม่ากำลังเผชิญอยู่แล้ว
“คนรุ่นเก่ายังดีหน่อยที่มิได้อ่อนแอมากจนเกินไปนัก แต่คนรุ่นเยาว์นั้นนอกจากพวกโยวหลินไม่กี่คนแล้ว คนอื่นๆ ก็มิได้โดดเด่นสักเท่าใดนัก” ซือหม่าไท่กังวลใจ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ผ่านไปอีกไม่กี่ปีตระกูลซือหม่าก็คงตกอยู่ในอันตรายแล้ว
“หลังจากที่พวกท่านได้รับมรดกตกทอดกันแล้วไม่อาจส่งต่อให้กับลูกหลานรุ่นหลังโดยตรงได้หรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“มรดกตกทอดเหล่านั้น มีอยู่จำนวนมากที่เป็นการถ่ายทอดโดยตรง อย่างเช่นพวกที่ยกระดับพื้นฐาน ผู้ที่ได้รับทักษะวิญญาณนั้นมีอยู่เพียงน้อยนิด เคล็ดแยกอัคคีพิโรธก็เป็นสิ่งที่คนสมัยก่อนสืบทอดมาจากดินแดนบรรพบุรุษนั่นแหละ” ซือหม่าไท่พูด “น่าเสียดายที่มรดกตกทอดจำนวนมากเสียหายไปโดยไม่รู้สาเหตุ ข้าคิดว่าตระกูลซือหม่าเมื่อหลายร้อยปีก่อนก็คงจะเคยถูกทำร้ายอย่างสาหัสเช่นเดียวกัน”
“เหตุใดข้าจึงยังรู้สึกว่านี่เป็นขนมหอมหวานที่มองเห็นแต่มิอาจสัมผัสได้เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ในเมื่อไม่มีใครได้รับมรดกตกทอดอะไรมานานแล้ว ให้ข้าเข้าไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ข้ามิใช่สายโลหิตของตระกูลซือหม่าด้วย”
“ช่างเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดเสียจริง” ซือหม่าไท่มองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างขบขัน “มรดกตกทอดจำนวนมาก