นั้นจำเป็นต้องมีสายโลหิตของตระกูลซือหม่าจึงจะครอบครองได้ แต่ก็มีจำนวนหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้ เจ้าไม่อยากไปลองดูสักหน่อยหรือว่าเจ้าจะได้สิ่งใดมาครอบครองบ้าง ไม่แน่ว่าอาจจะได้สิ่งใดที่เป็นประโยชน์มาก็ได้นะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบคาง นิ้วชี้แตะปลายจมูก เธอครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยว่า “เอาละ ข้าผู้นี้จะลองเสี่ยงดูสักตั้งดีกว่า ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับโอกาสอันดีอะไรมาก็เป็นได้!”
ซือหม่าไท่ไม่เอ่ยวาจา เจ้าเด็กผู้นี้ช่างหลงตัวเองเสียจริง!
“เอาละ ตอนนี้พวกเรามาคุยกันเรื่องบทลงโทษได้แล้วกระมัง”
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินแล้วสีหน้าก็สลดลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า “บทลงโทษอะไรหรือ”
“อันที่จริงแล้วง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง” ซือหม่าไท่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์อยู่บ้าง
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้เห็นรอยยิ้มของเขาแล้วก็เสียงสันหลังวาบ รู้สึกว่าตนถูกจิ้งจอกเฒ่าตัวหนึ่งจับจ้องเอาเสียแล้ว
ผลปรากฏว่าเมื่อออกมาจากห้องโถงใหญ่ ซือหม่าโยวเย่ว์ก็มีสีหน้าทุกข์ระทมขมขื่น เธอหันหน้ากลับไปมองประตูทางเข้าห้องโถงใหญ่อย่างเศร้าโศกปราดหนึ่ง ก่อนจะทอดถอนใจแล้วจากไป
ภายในห้องโถงใหญ่ ซือหม่าไท่ลูบใบหน้าที่ยังหลงเหลือรอยแดงอยู่ของตนพลางหัวเราะหึๆ “แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยถูกใครตบหน้ามาก่อนเลย เจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้ใครมาตบหน้าได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ”
ถ้าหากซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินคำพูดของเขาแล้วจะต้องกระอักเลือดอย่างแน่นอน เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเธอไม่ใช่คนลงมือ ซือหม่าโยวหลินไ