ูรผูกพันธสัญญาของแต่ละคนก็ยังเป็นสัตว์อสูรเทพทั้งหมด
สัตว์อสูรเหนือเทพยังไม่ทันลงมือ จ้าววิญญาณเหล่านี้ก็ล้มระเนระนาดกันหมดแล้ว หากตนส่งคนมาเกรงว่าคงได้แต่พบจุดจบเช่นนี้เหมือนกัน
“ทุกท่านไม่ได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่” จักรพรรดิจันทร์ประจิมแสดงความเป็นห่วงตามมารยาท
นี่เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วมิใช่หรือ สายตาที่ทุกคนมองไปทางจักรพรรดิจันทร์ประจิมเจืออารมณ์เล็กน้อย
“แค่กๆ พวกเจ้าไปตรวจสอบมาทีซิว่าใครเป็นผู้ส่งคนเหล่านี้มา!” จักรพรรดิจันทร์ประจิมสั่งการกับคนที่อยู่ด้านหลัง
“ไม่ต้องหรอกพ่ะย่ะค่ะ” เจ้าอ้วนชวีพูด “พวกเราทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะว่าใครเป็นผู้ส่งคนเหล่านี้มา”
“ใครกัน” ถึงแม้ว่าจักรพรรดิจันทร์ประจิมจะเดาได้ แต่ก็ยังคงเอ่ยถามประโยคหนึ่ง
“เรื่องนี้คงต้องถามพระชายาที่วังหลังของพระองค์แล้วล่ะพ่ะย่ะค่ะ” เจ้าอ้วนชวีพูด
“หมายถึงพระชายาโม่อย่างนั้นหรือ” จักรพรรดิจันทร์ประจิมมองเหยากวงปราดหนึ่ง นางจึงถอยหลังออกไปยังตำหนักหวาซาเพื่อไปหาพระชายาโม่ในทันที
“รบกวนฝ่าบาทดึกดื่นเช่นนี้ ขอพระองค์ทรงอภัยให้พวกเราด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” เว่ยจือฉีพูดอย่างเรียบเรื่อย ทว่าในน้ำเสียงไม่มีแววขอโทษเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย
จักรพรรดิจันทร์ประจิมรู้ว่าพวกเขากำลังโกรธอยู่ ถึงอย่างไรพวกเขาเพิ่งจะมาถึงเมืองหลวง ก็ต้องมาพบกับเรื่องเช่นนี้เสียแล้ว เป็นใครก็คงอารมร์ดีไม่ออก
เขาเหลือบมองเจ้าไก่ฟ้าอย่างไม่ทิ้งร่องรอย เจ้