ะมึนสายหนึ่งพรั่งพรูออกมาจากสร้อยข้อมือม่านถัว หมัวซาปรากฏตัวขึ้นที่ข้างเตียง เมื่อเห็นสภาพของเธอในตอนนี้จึงเอ่ยด้วยสีหน้าคร่ำเคร่งว่า “ช่างเป็นเจ้าเด็กที่ไม่รักชีวิตเอาเสียเลย!”
ถึงแม้ว่าคำพูดจะดูเหมือนไม่พอใจ แต่เขากลับหลับตาโคจรพลัง และบริเวณแขนขวาที่เดิมทีว่างเปล่าของเขาก็ค่อยๆ แข็งตัวขึ้นมา
วิญญาณกลายเป็นของจริง!
เมื่อแขนก่อตัวขึ้นมาครบทั้งข้างแล้วหมัวซาจึงค่อยลืมตาขึ้น ก่อนจะขยับแขนขวาพลางเอ่ยว่า “รู้สึกดีถึงเพียงนี้เชียว! น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังมิอาจก่อร่างได้อย่างครบสมบูรณ์ ระยะเวลาก็ไม่นานด้วย”
เขามายังเบื้องหน้าซือหม่าโยวเย่ว์แล้วเอื้อมมือมาลูบไล้ใบหน้าของเธอพลางเอ่ยพึมพำว่า “ที่แท้ความรู้สึกก็เป็นเช่นนี้นี่เอง…”
ซือหม่าโยวเย่ว์นอนนิ่งไม่ไหวติงไหวอยู่บนเตียง ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าเลย
“ถึงกับใช้พลังจิตและพลังวิญญาณเกินตัวจนเกลี้ยงเกลา! เจ้าไม่อยากรักษาชีวิตเอาไว้แล้วหรืออย่างไร!” หมัวซาบีบจมูกเธออย่างแรงจนทำเอาจมูกเธอกลายเป็นสีแดงก่ำหลังจากที่คลายมือออกมา
“ไม่อยากสนใจเจ้าแล้วจริงๆ แต่เห็นเจ้านอนนิ่งอยู่อย่างนี้ ช่างชวนให้เจ็บปวดใจนัก”
พูดแล้วเขาก็หยิบขวดหยกใบหนึ่งออกมา ซึ่งภายในนั้นก็คือน้ำทิพย์วิญญาณที่ยามปกติซือหม่าโยวเย่ว์เตรียมเอาไว้ให้เขา เขาง้างปากเธอออกแล้วหยดน้ำทิพย์หยดหนึ่งลงไป พลังจิตที่พร่องไปของเธอจึงได้รับการเติมเต็ม ร่างกายจึงเริ่มดูดซับปราณวิญญาณจากภา