หรับเรื่องที่ท่านต้องระดมพลมามากมายเช่นนี้ ต่อให้ท่านจับตัวฮูหยินไป พวกเราก็ยังไม่รู้อยู่ดี ข้าว่าที่ท่านให้สัตว์อสูรวิเศษล้อมเมืองไตรวารีเอาไว้แต่กลับไม่บุกเข้ามา คงจะไม่อยากทำร้ายผู้บริสุทธิ์ มิสู้ท่านปล่อยตัวฮูหยินก่อน แล้วลองเล่าสาเหตุที่ทำให้ท่านโกรธเคืองเช่นนี้ พวกเราจะได้รู้ว่าควรทำเช่นไร” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าซุนลี่ลี่สีหน้าซีดขาวไปแล้ว ถ้าหากเขาออกแรงอีกเพียงเล็กน้อย เธอก็คงจบชีวิตเสียแล้ว
“เมื่อสิบวันก่อน พวกมนุษย์อย่างเจ้าได้ขโมยสิ่งของที่มีความสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งไปจากเทือกเขาสั่วเฟยย่า” สัตว์อสูรเหนือเทพพูด “ตอนนั้นข้ากำลังเตรียมตัวจำแลงกาย ดังนั้นจึงมิอาจขัดขวางเอาไว้ได้”
เมื่อได้ฟังคำพูดของเขา ในใจของทุกคนล้วนอุทานเป็นเสียงเดียว ว่าแล้วเชียว!
วังเหล่ยมองสัตว์อสูรเหนือเทพพลางเอ่ยว่า “ไม่ทราบว่าคือสิ่งใดหรือ ของสิ่งนั้นยังอยู่ในเมืองไตรวารีหรือไม่ ถ้าหากคนเหล่านั้นนำของจากไปแล้วพวกเราก็ไม่มีวิธีตามหาหรอกนะ”
ความจริงแล้วสัตว์อสูรเหนือเทพก็มิได้เลวร้าย หรือมาถึงระดับขั้นอย่างเขาแล้ว ก็มิได้อยากทำให้มนุษย์ต้องลำบากแต่อย่างใด เขาซัดร่างซุนลี่ลี่กลับมาแล้วเอ่ยว่า “ของสิ่งนั้นยังอยู่ที่เมืองไตรวารี ข้ายังได้กลิ่นของมันอยู่เลย”
วังเหล่ยลุกขึ้นรับตัวซุนลี่ลี่เอาไว้ เมื่อได้ฟังเขาพูดเช่นนี้ก็วางใจลงไปเป็นอันมาก จึงเอ่ยว่า “แท้จริงแล้วเป็นของสิ่งใด ขอท่านโปรดแจ้งให้ทราบด้วย ข้าจ