ะส่งคนไปเสาะหามาให้”
“ขนนกที่ข้าเคยสลัดทิ้งเอาไว้” สัตว์อสูรเหนือเทพน้ำเสียงเยียบเย็น ทำให้ทุกคนหลั่งเหงื่อเยียบเย็นแทนคนที่ขโมยขนนกไปผู้นั้น
ถึงกับกล้าขโมยขนของสัตว์อสูรเหนือเทพ นั่นมิได้เท่ากับกระตุกหนวดเสือหรอกหรือ
วังเหล่ยก็เข้าใจว่าเหตุใดสัตว์อสูรเหนือเทพจึงได้โมโหเช่นนี้ ขนที่สายพันธุ์สัตว์ปีกสลัดเอาไว้นั้นเป็นสิ่งที่พึงหวงแหนเป็นอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้กลับถูกคนขโมยไปเสียแล้ว นั่นเป็นการหมิ่นเกียรติของเขาอย่างมหันต์
“ข้าจะส่งคนไปตามหาตัวคนผู้นั้นเดี๋ยวนี้เลย”
“ไม่ต้องหรอก!” สัตว์อสูรเหนือเทพพูดแล้วหลับตาลงรับสัมผัสครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงยื่นมือไปทางสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองแล้วออกแรงดึง คนผู้หนึ่งก็ถูกดูดเข้ามาจากภายในพื้นดิน
“คนของกลุ่มทหารรับจ้างโอหังนี่!”
คนบนกำแพงเมืองจำเสื้อผ้าที่คนผู้นั้นสวมใส่ได้ จึงร้องออกมาอย่างตกใจ
“มิผิด ก่อนหน้านี้กลุ่มทหารรับจ้างโอหังก็ทำภารกิจอยู่ภายในภูเขาเช่นกัน คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะถึงกับกล้าขโมยขนสัตว์อสูรเหนือเทพ ช่างบังอาจเกินไปเสียแล้ว!”
“เจ้านั่นคงมีจุดจบน่าอนาถแล้วสินะ!”
“หึๆ ถึงอย่างไรพวกโอหังก็มิใช่คนดีเด่อะไรอยู่แล้ว ข้าตั้งตารอจุดจบของเจ้านั่นดีกว่า”
คนที่ถูกจับตัวมาผู้นั้นตื่นตระหนก เขาคิดไม่ถึงว่าขนนกไม่กี่อันที่ตนเก็บมาจากภายในถ้ำแห่งหนึ่งอย่างส่งๆ จะพาตนไปสู่หายนะ เมื่อเห็นแววอาฆาตในดวงตาที่สัตว์อสูรเหนือเทพมองตน เขาก็รู้ว่าตนเคราะห์ร