ยงต่ำเอ่ยว่า “โยวเย่ว์ เจ้าได้ยินมาจริงๆ น่ะหรือ”
“แน่นอนสิ ตอนที่ข้าออกไปเมื่อครู่ก็พบมู่หรงอานกับน่าหลานหลานกำลังพะเน้าพะนอพลอดรักกันอยู่ริมทะเลสาบพอดี ข้าก็เลยเข้าไปฟังอยู่ครู่หนึ่งน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “น่าสงสารสือมั่วลี่ผู้นั้นที่ยังถูกปิดหูปิดตา ถูกมู่หรงอานปั่นหัวเสียจนหัวหมุนติ้วเลยทีเดียว!”
“จริงหรือ โยวเย่ว์ เรื่องนี้เจ้ามิอาจพูดจาเลอะเทอะได้นะ ถ้าหากสือมั่วลี่ได้ยินเข้าคงจะคิดว่าเจ้าป้ายสีมู่หรงอานน่ะสิ!” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ข้ามิได้พูดจาเลอะเทอะเสียหน่อย ตอนนั้นข้ายังใช้หินเสียงบันทึกเสียงที่พวกเขาพูดเอาไว้ด้วย ถ้าหากเจ้าอยากฟัง รอให้งานเลี้ยงสุราสิ้นสุดลงแล้วข้าจะกลับไปเปิดให้เจ้าฟังเอง”
ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วก็ดื่มสุราอึกหนึ่ง รอให้เจ้าอ้วนชวีรับบทต่อ
“ซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใดกัน!” เจ้าอ้วนชวียังไม่ทันเอ่ยปาก สือมั่วลี่ก็ตวาดมาจากด้านหลังพวกเขาเสียแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์และเจ้าอ้วนชวีร่างกายสั่นสะท้านแล้วค่อยๆ หมุนตัวกลับมาช้าๆ ก่อนจะยิ้มเยาะคราหนึ่งแล้วพูดว่า “สือมั่วลี่ เหตุใดเจ้าจึงแอบฟังผู้อื่นคุยกันเล่า”
“เมื่อครู่เจ้าพูดอะไร” สือมั่วลี่มองคนทั้งสองอย่างเย็นชา
“ไม่ได้พูดอะไรเสียหน่อย” ซือหม่าโยวเย่ว์และเจ้าอ้วนชวีสายตาล่อกแล่ก ไม่ยอมพูดความจริง จงใจล่อให้เธอกระหายรู้มากยิ่งขึ้น
“พูดมาเร็วเข้า เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเจ้าเห็นอะไร” สือมั่วลี่เห็นพวกเขาไม่ยอมพู