งอย่างสงสัย เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่มู่หรงอานกับน่าหลานหลานไม่อยู่พร้อมกันแล้วจึงถามว่า “มู่หรง เจ้ามิได้ทำเรื่องที่ผิดต่อข้าจริงๆ ใช่หรือไม่”
“มั่วลี่ เจ้ายังไม่เชื่อคำพูดของข้าอีกหรือ ซือหม่าโยวเย่ว์ยังตัดใจจากข้าไม่ขาดมาโดยตลอด อาจคิดอยากจะแยกพวกเราจากกันก็เป็นได้” มู่หรงอานคิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะรู้เรื่องระหว่างตนกับน่าหลานหลานเข้า จึงหยิบยกเรื่องอื้อฉาวที่ซือหม่าโยวเย่ว์ไล่ตามตนในตอนนั้นมาเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคน
“ชิ คนปลิ้นปล้อนเอาแน่เอานอนมิได้ เหยียบเรือสองแคมอย่างเจ้า ไม่คู่ควรแม้แต่จะมาถือรองเท้าให้โยวเย่ว์เสียด้วยซ้ำ!” เจ้าอ้วนชวีมองมู่หรงอานอย่างดูแคลนปราดหนึ่งแล้วพูดว่า “โยวเย่ว์ เมื่อครู่เจ้าบอกว่ามีหลักฐานมิใช่หรือ หยิบออกมาให้ทุกคนดูเลยสิ มาดูกันว่าเจ้าใส่ร้ายป้ายสีเขาเพื่อจะแยกพวกเขาจากกันหรือไม่”
“เรื่องนี้…” ซือหม่าโยวเย่ว์ยื้อเวลาอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เช่นนี้ไม่ดีกระมัง”
“มีอะไรไม่ดีกันเล่า!” เจ้าอ้วนชวีร้อนรนเสียแล้ว “เจ้าคนผู้นี้คอยทำลายชื่อเสียงของเจ้าอยู่นี่ เจ้ายังจะลังเลไปทำไมกัน!”
“เจ้ามีหลักฐานอะไร” สือมั่วลี่มองซือหม่าโยวเย่ว์ “เจ้ามีหลักฐานจริงๆ จะเป็นการดีที่สุด ถ้าหากใส่ร้ายมู่หรงแล้วล่ะก็ อย่าหาว่าสมาคมนักหลอมยาปิดประตูใส่เจ้าแล้วกัน!”
ข่มขู่หรือ ซือหม่าโยวเย่ว์เลิกคิ้ว
“เอาล่ะ ถึงแม้ว่าข้าจะยังไม่ได้คิดเรื่องที่ว่าในอนาคตจะเข้าร