หารต้องเผชิญเลย”ขณะที่พูดโม่จิ่วเยี่ยก็โรยผงยาลงบนบาดแผลอีกหลายแห่งของเซวียป๋อต่อหน้าอัครเสนาบดีเซวียเซวียป๋อมองดูบาดแผลของตนเองค่อย ๆ เน่าเปื่อย ก็ถึงกับสติแตกเขานอนกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวดต่อหน้าอัครเสนาบดีเซวียปากส่งเสียงครวญครางด้วยความทรมานเป็นระยะอัครเสนาบดีเซวียมองดูภาพตรงหน้า รู้สึกราวกับหัวใจก าลังหยดเลือด“โม่จิ่วเยี่ย ข้ารู้ว่าข้าท าผิดต่อสกุลโม่ ข้าขอร้องเจ้าอย่าได้ทรมานป๋อเอ๋อร์อีกเลย”ในขณะเดียวกัน จักรพรรดินีก็พยายามคลานเข้ามาใกล้เขา“ท่านพ่อ โม่จิ่วเยี่ยจะไม่ปล่อยพวกเราไปหรอก ท่านอย่าได้ขอร้องเขาอีกเลย”
ต้องยอมรับว่า ถึงเวลานี้พ่อลูกตระกูลเซวียกลับมองไม่ทะลุปรุโปร่งเท่าสตรีผู้หนึ่งเสียแล้วพวกเขาไม่คิดถึงสิ่งที่พวกเขาเคยท ากับสกุลโม่มาก่อน โม่จิ่วเยี่ยจะปล่อยไปได้อย่างไร?โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจการแสดงละครน ้าเน่าของคนตระกูลเซวีย เมื่อเซวียป๋อก าลังจะหมดสติไปด้วยความเจ็บปวด เขาก็หยิบขวดน ้าเกลือออกมาเทลงบนบาดแผลของอีกฝ่ายอีกครั้งความเจ็บปวดรุนแรงโถมเข้ามาอีกครั้ง เซวียป๋อแทบหมดสติไปไม่ได้เขาร้องโวยวายไม่หยุดต่อหน้าอัครเสนาบดีเซวีย ท าให้อัครเสนาบดีเซวียแทบจะเป็นลมไปความเจ็บปวดรวดร้าวใจเพราะความห่วงใยคนที่รัก เขาต้องท าให้ตาเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์เซวียรู้สึกได้อย่างลึกซึ้งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม เซวียป๋อในที่สุดก็ทนไม่ไหวและหมดสติไปโม่จิ่วเยี่ยเข้าไปใกล้อัครเสนาบดีเซวียอีกครั้ง