อครู่นี้ เซวียป๋อผู้เป็นลูกชายได้เห็นทุกอย่างด้วยตาตนเองทางด้านนี้อัครเสนาบดีเซวียสิ้นลมแล้ว ความหวาดกลัวในใจของเซวียป๋อท าให้เขาไม่สามารถแกล้งหมดสติต่อไปได้อีกเขาจ้องมองโม่จิ่วเยี่ยด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวร่างกายของเขาซ่อนอยู่หลังจักรพรรดินีโดยสัญชาตญาณเมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ยค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ตัวเอง เขาตกใจจนกระทั่งปัสสาวะราดในห้องคุมขังที่ไม่มีการระบายอากาศอยู่แล้ว ทันใดนั้นก็มีกลิ่นฉี่ฉุนรุนแรงแพร่กระจายไปทั่ว ท าให้โม่จิ่วเยี่ยต้องยกมือปิดจมูกและปากโดยทันที่เขาเย้ยหยันอย่างเย็นชาว่า “เมื่อครั้งที่เจ้าอยู่ในเมืองหลวง และท าชั่วทุกอย่างที่คิดได้ เจ้าไม่ได้ขลาดกลัวเช่นนี้ แม้แต่ตอนที่เจ้าแอบ
ส่งข่าวให้ศัตรูที่ชายแดนและถูกทรมานอย่างหนัก เจ้าก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นนี้ วันนี้เหตุใดเจ้าจึงไร้ความกล้าหาญเช่นนี้เล่า?”ถูกเยาะเย้ย แต่เซวียป๋อกลับไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย ตอนนี้เขาเพียงแต่ต้องการมีชีวิตรอด“ข้าไร้ความกล้าหาญ ข้าไม่อยากตายโม่จิ่วเยี่ยขอเพียงเจ้าไว้ชีวิตข้า ให้ข้าท าอะไรก็…”“เซวียป๋อ เจ้าหุบปากเสีย” ค าพูดของเซวียป๋อยังไม่ทันจบ ก็ถูกจักรพรรดินีขัดจังหวะเสียก่อนท่านพ่อรักใคร่บุตรชายคนเล็กผู้นี้ นางจึงรักใคร่น้องชายผู้นี้มากขึ้นตามไปด้วยผลลัพธ์คือน้องชายช่างไร้ความสามารถเสียจริง รู้อยู่แล้วว่าวันนี้เป็นทางตัน ยังคงอ้อนวอนขอชีวิตด้วยน ้าเสียงอ่อนน้อมขอชีวิต?โม่จิ่วเยี่ยใช้วิธีกา