อะไรนะ?”เมื่อได้ยินเสียงที่ยังอ่อนแรงนั้น สายตาของทุกคนก็หันไปมองที่หยวนกุ้ยเฟยหวังมามาเป็นคนแรกที่เข้ามาที่ข้างเตียง หางตาของนางเปียกชื้นด้วยน ้าตาแล้ว“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง ท่านตื่นแล้ว ข้าจะไปเตรียมน ้าอุ่นมาให้ท่านเดี๋ยวนี้”ในใจของหวังมามา แม้นางจะรีบร้อนที่จะช่วยให้กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับบุตรชาย แต่ก็ไม่มีอะไรส าคัญไปกว่าสุขภาพของ กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเห็นหวังมามาจะจากไป ทั้งสองก็ไม่มีท่าทีจะขัดขวาง เพราะพวกเขาต่างคิดว่าการบอกเรื่องนี้กับหยวนกุ้ยเฟยด้วยตนเองจะดีที่สุดเฮ่อจือหร่านเข้าใจอาการของหยวนกุ้ยเฟยดี สภาพร่างกายของนางส่วนใหญ่เกิดจากความตกใจและการขาดสารอาหาร การนั่งสักพักจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของนาง“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง ข้าจะช่วยพยุงท่านให้ลุกขึ้นนั่งสักครู่”หยวนกุ้ยเฟยไม่ได้คัดค้าน เพราะนางก็อยากนั่งคุยกับทั้งสองคนโดยมีเฮ่อจือหร่านช่วยพยุงให้นั่งพิงหัวเตียง หยวนกุ้ยเฟยมองไปทางโม่จิ่วเยี่ยนางยังคงเรียกโม่จิ่วเยี่ยด้วยชื่อของเขาเหมือนเช่นเคย“จิ่วเยี่ย เมื่อครู่ค าพูดของเจ้าหมายความว่าอย่างไร? หรือว่าเจ้าไม่ใช่บุตรชายของข้าจริง ๆ? แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไร?”เห็นได้ชัด น ้าเสียงของหยวนกุ้ยเฟยนั้นเร่งรีบอย่างมาก“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง ข้าไม่ใช่บุตรชายของท่านจริง ๆ บุตรชายของท่านตอนนี้อยู่ในเมืองหลวง ท างานเป็นที่ปรึกษาให้กับหนานฉีอีกอ