เขาก าลังช่วยโม่จิ่วเยี่ยคิดหาหนทางแก้“ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น แค่อยู่ที่บ้านอย่างสบายใจพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องไปเข้าเฝ้ายามเช้า ท่านเชื่อข้าเถอะเจ้าค่ะ ถึงแม้องค์จักรพรรดินีจะพบว่าคนที่นางส่งไปท าภารกิจไม่ส าเร็จ นางก็จะไม่รีบลงมือกับท่าน”“หร่านหร่าน เจ้าคิดจะท าอะไรกันแน่?”หากเป็นโม่จิ่วเยี่ยพูดออกมา เสนาบดีเฮ่อก็อาจคิดว่าเขาเป็นวีรบุรุษกล้าหาญ แต่นี่เป็นบุตรสาวของเขา เป็นหญิงสาวที่อ่อนหวานแล้วท าไมถึงพูดออกมาเช่นนี้ได้?หากภายหลังมีการเคลื่อนไหว เฮ่อจือหร่านจะต้องติดตามโม่จิ่วเยี่ยไปด้วยแน่นอนดังนั้น นางจึงคิดว่าจ าเป็นต้องอธิบายตอนนี้“ท่านพ่อ ตั้งแต่ข้าติดตามสกุลโม่เนรเทศไป ตลอดทางข้าได้ผ่านความยากล าบากมามากมาย ไม่ต้องพูดถึงมือสังหารที่ไม่รู้ว่าใครส่งมาไล่ล่าข้าบ้าง ในยามที่ต้องกินกลางดินนอนกลางทราย ข้ายังต้องเผชิญกับการโจมตีของพวกหมาป่าหิวโหย เพื่อให้สามารถป้องกันตัวเองได้ สามีจึงสอนวิชาป้องกันตัวให้ข้า ยามนี้บุตรสาวของท่านไม่ใช่คุณหนูผู้อ่อนแอเหมือนเมื่อก่อนแล้ว การจัดการกับพวกคนชั่วไม่ใช่เรื่องยากเย็นส าหรับนางอีกต่อไป”
กล่าวจบ นางก็ชี้ไปยังขันทีที่เพิ่งถูกตนเองท าให้สลบ“ท่านพ่อก็เพิ่งได้เห็นแล้ว ฝีมือของบุตรสาวท่านตอนนี้ไม่เลวเลยทีเดียว”เสนาบดีเฮ่อที่เดิมสงสัยอยู่แล้วว่าบุตรสาวไปเรียนวิชาการต่อสู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ด้วยค าพูดของเฮ่อจือหร่านจึงช่วยไขข้อข้องใจให้เขาได้แต