องโม่จิ่วเยี่ย จากแววตาอันมุ่งมั่นของอีกฝ่ายเขาก็สามารถยืนยันได้ว่าลูกเขยไม่ได้ก าลังล้อเล่น
แม้ว่าเขาจะอยากขัดขวางแต่ก็คงไร้ประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็เข้าใจดีว่าหากต้องการก าจัดฝ่ายองค์จักรพรรดินีให้หมดสิ้นไป สิ่งแรกที่ต้องท าคือท าลายอ านาจของพวกเขา
และผู้ที่จะท าลายอ านาจของฝ่ายจักรพรรดินีได้ คือจักรพรรดิซุ่นอู่
แต่ตอนนี้จักรพรรดิซุ่นอู่เป็นตายร้ายดีล้วนไม่แน่ชัด หากโม่จิ่วเยี่ยสามารถเข้าวังไปสืบข่าวที่เป็นประโยชน์ได้อย่างราบรื่นก็จะเป็น
เรื่องดี อย่างน้อยก็ได้รู้สถานการณ์ภายในของศัตรู พวกเขาก็จะคิดกลยุทธ์ตามข้อมูลเหล่านั้นได้
คิดไปคิดมา นอกจากเรื่องที่บุตรสาวของตนอยากติดตามโม่จิ่วเยี่ยเข้าวังไปด้วยแล้ว เสนาบดีเฮ่อก็หาเหตุผลที่จะขัดขวางการกระท าของพวกเขาไม่ได้เลย
เฮ่อจือหร่านเองก็รู้จักพิจารณาสถานการณ์เช่นกัน
“ท่านพ่อ ข้าจะแต่งกายเป็นขันทีและติดตามสามีไป เพราะอาจจะต้องไปสืบสวนที่วังหลัง สามีข้าเป็นบุรุษ การเข้าออกที่นั่นคงไม่สะดวก ท่านวางใจเถอะ ข้าสัญญาว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัย”
เสนาบดีเฮ่อมองเฮ่อจือหร่านอย่างจนปัญญา ในที่สุดก็ยอมประนีประนอม
เขากล่าวกับโม่จิ่วเยี่ยเสียงเข้ม “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าขอฝากหร่านหร่านไว้กับเจ้า”
“ท่านพ่อตาวางใจได้ ข้าจะพาหร่านหร่านกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน”
เมื่อมองท้องฟ้าก็เห็นว่าเวลาผ่านไปนานแล้ว เสนาบดีเฮ่อเตือนว่า “ตามที่ข้ารู้มา ยามเฝ้าประตูวังจะ