นี่เป็นเขตของจิงเซียนโหลวก็คือที่นี่เป็นเขตของจิงเซียนโหลว รีบไสหัวไปซะ!”
ยิ่งเขาพูดเช่นนี้ สองพี่น้องก็ยิ่งอยากจะสืบให้รู้เรื่อง
โม่ชูหานเดินผ่านโม่จิ่วเยี่ยแล้วก้าวเข้าไปในตรอก
“ข้าจะเดินผ่านทางนี้ เจ้าจะท าอะไรข้าได้?”
ในขณะที่พูดกันอยู่ พวกเขาก็เดินไปสิบกว่าก้าวแล้ว อยู่ห่างจากเสี่ยวเอ้อร์ที่ก าลังไล่พวกเขาเพียงเล็กน้อย
เสี่ยวเอ้อร์เห็นท่าทางของคนที่ไม่ยอมฟังค าพูดของเขาก็โกรธขึ้นมาทันที่
“รีบไสหัวไปให้พ้น ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกเจ้าควรมา ถ้ายังกล้าเดินอีกก้าว ก็อย่าหาว่าข้าลงมือกับพวกเจ้า!”
เพียงเอ่ยค าพูดนี้ เสี่ยวเอ้อร์คนนั้นก็เผยธาตุแท้ออกมา
ขณะบอก เขาหยิบแส้หนังที่ไม่ได้ยาวนักออกมาจากที่ไหนสักแห่ง แล้วชี้ใส่สองพี่น้องพลางตะโกนด้วยความเดือดดาล “ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!!”
โม่ชูหานนิสัยดุดันมาตลอด โดยเฉพาะเวลาเจอกับคนที่อาจจะเป็นศัตรูกับครอบครัว แล้วเขาจะยอมอ่อนข้อได้อย่างไร?
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ท าอะไร ประตูด้านหลังของเสี่ยวเอ้อร์ก็มีคนสามสี่คนที่แต่งตัวเหมือนกันกระโดดออกมาทันที่ พวกเขาล้อมทั้งคู่เอาไว้
คนพวกนี้ไม่พูดพร ่าท าเพลง เตรียมจะลงมือแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยกับโม่ชูหานเคลื่อนไหวเร็วกว่า ตอนที่ก าปั้นของอีกฝ่ายก าลังจะซัดเข้ามา สองพี่น้องก็ลงมือพร้อมกัน
แทบจะพร้อมกันนั้น สองพี่น้องใช้มือของพวกเขาจับก าปั้นที่พุ่งเข้าหาไว้อย่างแม่นย าและแน่นหนา
เสียงกรอบ ๆ ดังขึ้นหลายครั้ง ข้อ