าจจะเจอเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ หรืออาจมีอันตรายบางอย่างดังนั้น กลุ่มชายฉกรรจ์จึงไม่รอให้หลานเอ๋อร์อนุญาตให้เข้าไปพอได้ยินเสียงฮูหยินผู้เฒ่าพูดจากด้านใน พวกเขาก็แห่กันเข้ามาเหมือนฝูงผึ้งเมื่อเข้าไปในห้อง ทุกคนก็ตกตะลึงทันที่เพราะโม่จวินรุ่ยกับโม่เจียเฉิงก าลังหันมามองทางประตู จึงสบตากับพวกเขาเถาหรานกับพวกอ้าปากค้าง ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะรู้สึกตัว
“คุณ…คุณชายใหญ่? คุณชายรอง?”เมื่อพูดถึงบุรุษกสุลโม่ คนที่อยู่กับอดีตทหารเก่าเหล่านี้มานานที่สุด นอกจากโม่ฉิงแล้ว ก็คือพวกเขาสองพี่น้องโม่จวินรุ่ยก้าวเท้าเข้าไปใกล้ ๆ พวกเถาหรานแล้วตบไหล่เขา“ฮ่า ๆ ๆ เป็นข้าเอง เจ้าดูผอมลงไปมากทีเดียวนะ”โม่เจียเฉิงก็เดินตามโม่จวินรุ่ยมา เถาหรานกับคนอื่นมองพวกเขาพี่น้องอยู่นาน ก่อนจะหัวเราะสุขใจ“ฮ่า ๆ ๆ … ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะได้มีวันกลับมาพบเจอกันอีกครั้งที่นี่”เถาหรานกล่าวอย่างตื่นเต้น “ต้องขอบคุณคุณชายเก้าจริง ๆขอรับ ไม่เช่นนั้นพวกเราพี่น้องคงไม่รู้ว่าจะถูกจิ้งจอกเฒ่าซือเหมิงรังแกอย่างไรบ้าง!”โม่ฉิงนอนอยู่บนเตียงด้านในสุดของห้อง เมื่อได้ยินเสียงของอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาก็รู้สึกตื้นตันเขาไม่คิดเลยว่า ไม่ใช่แค่คนในครอบครัวของเขาที่เผชิญกับการปฏิบัติเช่นนั้น แต่ยังท าให้พี่น้องทหารที่เคยร่วมเป็นตายกับเขาต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย
เขารู้สึกตื่นเต้น อยากจะลุกขึ้นไปพบปะกับเหล่าอดีตผู้ใต้บังคับบัญชา แต่แค่ออกแรงเล็กน้