ที่ ขนสีทองใต้ปีกก็ปรากฏให้เห็นเป็นระยะ
เห็นได้ชัดว่าสัตว์ตัวน้อยโกรธข้าวปั้นน้อยมาก หากไม่ได้อยู่ในกรง มันคงจะเข้ามาโจมตีแล้วข้าวปั้นน้อยเห็นสัตว์ตัวน้อยพองขน แต่ก็ยังท าเย่อหยิ่งส่ายก้นใส่มันท่าทางนั้นพาให้เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ อดหัวเราะออกมาไม่ได้พวกเขาคุ้นเคยกับข้าวปั้นน้อยมานานจึงรู้นิสัยของมันดี เวลามันท าอะไรก็เหมือนเด็กน้อย ต้องเล่นจนพอใจก่อนถึงจะยอมลงมือแน่นอนว่าเมื่อข้าวปั้นน้อยท าให้เหยี่ยวปีกทองโกรธจนเริ่มส่งเสียงค ารามขู่ มันถึงได้จริงจังขึ้นมาเห็นข้าวปั้นน้อยโบกอุ้งเท้าเล็ก ๆ ทั้งสองข้างไปทางเหยี่ยวปีกทอง ปากก็ส่งเสียงร้อง “อืม ๆ ๆ” ไม่หยุดราวกับก าลังพูดเรื่องเหตุผลตอนแรกเหยี่ยวปีกทองยังต่อต้าน แต่ค่อย ๆ พ่ายแพ้ไปในที่สุดไม่นานปากแหลมคมเหมือนนกเหยี่ยวก็หายไป มันหมอบอยู่กับที่จากนั้นก็หันไปมองโม่จิ่วเยี่ยด้วยท่าทางคล้ายก าลังประจบ!โม่จิ่วเยี่ยตกตะลึงกับภาพนี้เขาถามเฮ่อจือหร่าน “หร่านหร่าน ข้าวปั้นน้อยท าส าเร็จแล้วหรือ?”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ตอบเขา แต่เดินไปเปิดกรง ปล่อยให้เหยี่ยวปีกทองออกมาเหยี่ยวปีกทองออกมาจากกรงแล้วก็กระพือปีกบินไปหาโม่จิ่วเยี่ยโม่จิ่วเยี่ยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการยกแขนข้างหนึ่งขึ้นเหยี่ยวปีกทองเกาะลงบนแขนนั้นอย่างมั่นคงโม่จิ่วเยี่ยรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก เขากล่าวด้วยความยินดีว่า“หร่านหร่าน เจ้าดูสิ เจ้าตัวน้อยนี่คงยอ