าพี่สะใภ้กับโม่หานเยี่ยเห็นดังนั้น จึงเอ่ยปากเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกนางจะรอจนกว่าโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านจะกลับมาไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ไปไหน แม้จะถูกแส้เฆี่ยนตีจนตายอยู่ที่นี่ก็จะรอพวกเขาเผิงวั่งเห็นแก่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน จึงปฏิบัติต่อคนสกุลโม่ดีพอสมควร“ข้ารับปากโจวเหล่าปาไว้แล้วว่าจะให้เขาออกไปตามหา อีกสามวันก็ให้มาเจอกัน ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย อีกสามวันก็รู้ผล พวกท่านอยู่รอที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์ อีกอย่างพวกเราต้องรีบเดินทาง”แต่ค าพูดของเขากลับไม่ได้ท าให้สตรีสกุลโม่หวาดกลัวแม้แต่น้อยพวกนางน าโดยฮูหยินผู้เฒ่ายืนกรานที่จะไม่ยอมไปแม้เห็นว่าแส้ของพวกเจ้าหน้าที่ก าลังจะฟาดลงบนร่าง พวกนางก็ไม่ยอมถอยฟางฉวนโจวและเซี่ยเทียนไห่มองหน้ากัน ก่อนจะเดินตรงไปยังกลุ่มของสตรีสกุลโม่ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยการค านับเผิงวั่งอย่างนอบน้อม
ฟางฉวนโจวพูดด้วยน ้าเสียงจริงจังว่า “ท่านเจ้าหน้าที่ ตลอดเส้นทางที่ผ่านมานี้ สกุลโม่มีบุญคุณต่อตระกูลฟางของเรา ข้าเคยพูดไว้ว่าชาตินี้จะยึดถือสกุลโม่เป็นที่พึ่ง ตอนนี้พวกเขาสองสามีภรรยาไม่รู้ชะตากรรม พวกเราก็จะอยู่รอพร้อมกับพวกนางด้วย”เซี่ยเทียนไห่ก็ก้าวออกมาแสดงจุดยืน“ท่านเจ้าหน้าที่ ตระกูลเซี่ยของพวกเราก็จะร่วมเป็นร่วมตายกับคนสกุลโม่”เผิงวั่งท าหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่คุมนักโทษมาหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอเหตุการณ์แบบนี้ความโมโหของเขาถูกกระตุ้นขึ้นทันที่ เขาแย่