ชิงถามเขาว่า“ทาุ่นไปที่ต าหนักของหยวนกุ้ยเฟยบ่อย ๆ แล้วนางปฏิบัติต่อท่านอย่างไรบ้าง”เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็จ าได้ขึ้นใจ“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท าไมกุ้ยเฟยถึงได้ปฏิบัติต่อข้าดีกว่าหนานฉีด้วยซ ้า”เฮ่อจือหร่านคิดในใจ ‘อย่างนี้นี่เอง มันช่างตรงกับที่บันทึกนอกประวัติศาสตร์บอกไว้เสียจริง”‘หยวนกุ้ยเฟยต้องรู้แน่ว่าโม่จิ่วเยี่ยคือลูกชายแท้ ๆ ของตัวเองเรื่องมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้’โม่จิ่วเยี่ยเป็นคนช่างสังเกต เขารู้สึกได้ว่าค าถามของเฮ่อจือหร่านนั้นฟังดูแปลก“เจ้าถามเช่นนี้ท าไม”
เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านก็อดแกล้งเขาไม่ได้“ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว ท่านอาจจะเป็นบุตรของหยวนกุ้ยเฟย”“เป็นไปไม่ได้!” โม่จิ่วเยี่ยโต้แย้งทันควัน สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นไปอีก“ท่านจะแน่ใจได้อย่างไร” เฮ่อจือหร่านยังคงคาดคั้น“ข้าต้องแน่ใจแน่นอน พวกเราบุรุษสกุลโม่ทุกคน เกิดมาพร้อมกับปานประจ าตระกูล” โม่จิ่วเยี่ยไม่เคยนึกสงสัยในชาติก าเนิดของตนเองเลยแม้แต่น้อย“ปานประจ าตระกูล?” เฮ่อจือหร่านเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกตระกูลหนึ่งจะมีปานประจ าตระกูลได้อย่างไร เรื่องแบบนี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ นอกเสียจากว่ามนุษย์จะเป็นคนท าให้เกิดขึ้นเองเท่านั้น“ตอนที่ข้ากับพี่ชายทั้งแปดคนเกิดมา บนไหล่ซ้ายของพวกเรามีปานรูปจันทร์เสี้ยวอยู่”“ท่านพ่อบอกว่า นี่คือสัญลักษณ์ที่สืบ