ับ”ขณะเอ่ย เหอเฟิงก็ได้น ากระดาษม้วนเล็ก ๆ วางไว้ตรงหน้าหนานฉีอย่างนอบน้อมหนานฉีคลี่กระดาษม้วนออกอย่างใจเย็น แต่เมื่ออ่านเนื้อหาจบเขาก็ทุบโต๊ะอย่างแรง“เจ้าพวกไร้ประโยชน์! สั่งให้ไปฆ่าคนแท้ ๆ แต่ยังฆ่าผิดคน พวกมันยังมีค่าอะไรให้ข้าเลี้ยงดูไว้อีก”เหอเฟิงไม่รู้ว่าในจดหมายของหลี่ลู่เขียนอะไรไว้ แต่เห็นท่านอ๋องกริ้วโกรธเช่นนี้ คาดว่าคงเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ ๆ“เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือขอรับ ท่านอ๋อง” เหอเฟิงเอ่ยถามอย่างระมัดระวังหนานฉีโยนกระดาษในมือให้เขาอย่างไม่สบอารมณ์“เจ้าดูเอาเอง”
หลังจากเหอเฟิงอ่านข้อความในกระดาษจบ เขาก็เอ่ยวิเคราะห์ว่า “ดูเหมือนตระกูลของหลี่เหลียงจะถูกคุมตัวกลับมาที่เมืองหลวงแล้ว คาดข่าวของขันทีหลี่คงไม่ผิดพลาด”“หึ! ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยฟื้นแล้ว อีกทั้งเขายังเป็นคนรอบคอบ คงเดาออกแล้วว่าเหอเลี่ยงเป็นแค่แพะรับบาป ต่อไปถ้าอยากเอาชีวิตเขา ก็คงไม่ง่ายแล้ว”หนานฉีเริ่มใจเย็นลง ค่อย ๆ ขบคิดว่าจะท าอย่างไรต่อไปแม้เหอเฟิงจะไม่รู้ว่าท าไมท่านอ๋องถึงอยากฆ่าโม่จิ่วเยี่ยนักหนาแต่เขารู้ดีว่าไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ท่านอ๋องก็ต้องท าให้ส าเร็จ“ท่านอ๋อง จะให้กระหม่อมส่งคนไปสืบข่าวดีหรือไม่ ดูว่าตอนนี้ขบวนนักโทษของโม่จิ่วเยี่ยเดินทางไปถึงไหนแล้ว พวกเราจะได้วางแผนขั้นต่อไปได้”หนานฉีโบกมือ “ไม่ต้องหรอก ตระกูลหลี่ถูกส่งตัวกลับเมืองหลวง ขบวนนักโทษคงต้องรอพวกเขาให้กลับไปสมทบก่อนแล้วจึงค่อยเดินทางต