เฉียวมีบาดแผลใด ๆ
วันนี้เขาสวมชุดผ้าหยาบสีเทาเหมือนเดิม หากบนตัวมีรอยเลือดคงสามารถมองออกได้ง่าย ๆ
จางซิ่วเอ๋อมองเนี่ยหย่วนเฉียวอย่างสงสัย และในตอนนั้นเอง เนี่ยหย่วนเฉียวก็พลันร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
“เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าไม่สบายตรงไหน?” จางซิ่วเอ๋อได้ยินไม่ชัดว่าเนี่ยหย่วนเฉียวพูดอะไร
ขณะนี้หน้าผากของเนี่ยหย่วนเฉียวชุ่มไปด้วยเหงื่อ เอ็นปูดเป็นเส้น ราวกับกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัส
“แสง…..แสง…….”
เมื่อจางซิ่วเอ๋อเอาหูไปใกล้ ถึงได้ยินว่าเนี่ยหย่วนเฉียวพูดอะไร
จางซิ่วเอ๋อทวนคำ “แสง?”
นางเงยหน้ามองแสงแดดที่สาดผ่านหน้าต่างที่ตัวเองปิดไม่มิดเข้ามา ถึงนึกขึ้นได้อย่างเชื่องช้าในตอนนี้ว่าก่อนที่เถี่ยเสวียนจะผละจากไป เขาได้บอกไว้ว่าห้ามให้เนี่ยหย่วนเฉียวโดนลมและเห็นแสง
ตอนนั้นนางฟังไม่ค่อยเข้าใจ แต่เห็นปฏิกิริยาของเนี่ยหย่วนเฉียวในตอนนี้ มีหรือที่จางซิ่วเอ๋อจะไม่เข้าใจ?
จางซิ่วเอ๋อหยิบผ้าดำผืนนั้นมาคลุมร่างเนี่ยหย่วนเฉียวไว้ทันที
หลังทำแบบนี้แล้ว เนี่ยหย่วนเฉียวก็เงียบลงมากกว่าเดิม และในขณะที่คลุมผ้าดำให้เนี่ยหย่วนเฉียวนี่เอง จางซิ่วเอ๋อก็ได้แตะโดนมือของเนี่ยหย่วนเฉียวโดยไม่รู้ตัว
นางตัวสั่นเล็กน้อย นั่นยังเป็นมือของมนุษย์อยู่หรือ? เย็นยะเยือกจนน่าขนลุกจริง ๆ!
จางซิ่วเอ๋อไม่เคยเจอคนที่ป่วยด้วยอาการประหลาดเช่นนี้มาก่อน ประเภทที่ว่ากลัวแสงกลัวลม
นางมองเนี่ยหย่วนเฉียวที่ถูกห่อจนเป็นหนอนสีด