ำและหันไปดูหน้าต่าง ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าที่ตัวเองใช้ตรึงหน้าต่างก่อนหน้านี้อย่างยอมรับชะตากรรม แม้จะเป็นผ้าขาว แต่เมื่อพับเป็นสองชั้นแล้วก็พอจะบดบังแสงแดดยามเย็นได้
เรื่องแบบนี้จางซิ่วเอ๋อทำจนชำนาญแล้ว ไม่นานนักจางซิ่วเอ๋อก็ตรึงหน้าต่างเรียบร้อย หนึ่งคือบังลมยามค่ำคืนได้ สองคือบังแสงแดดได้
หลังจากจางซิ่วเอ๋อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว นางก็เดินเข้าไปในห้องและเลิกผ้าสีดำบนตัวเนี่ยหย่วนเฉียวออก
ขณะนี้สีหน้าของเขายังคงซีดเผือด จางซิ่วเอ๋อก็อดยื่นมือไปแตะหน้าเขาไม่ได้ เย็นเยียบจนน่ากลัวจริง ๆ
จางซิ่วเอ๋ออดคาดเดาไม่ได้แล้วว่าเป็นสิ่งใดที่ทำให้เนี่ยหย่วนเฉียวมีสภาพเช่นนี้
นี่เขาป่วยหรือโดนวางยากันนะ?
เถี่ยเสวียนยังไม่ทันพูดให้ชัดเจนก็ทิ้งเขาไว้ที่นี่ ลำบากนางจริง ๆ!
“พี่ใหญ่?” เสียงของจางชุนเถาดังมาจากในลานบ้าน
จางซิ่วเอ๋อรู้ว่าจางชุนเถากลับมาแล้ว นางขมวดคิ้วมองเนี่ยหย่วนเฉียว ก่อนจะเดินออกไปด้านนอก
“พี่ใหญ่ ข้านึกว่าพี่ออกไปข้างนอกเสียอีก” จางชุนเถาถามพร้อมรอยยิ้ม
ขณะนั้นจางชุนเถาก็หันไปมองหน้าต่างที่จางซิ่วเอ๋อตรึงไว้ “พี่ ทำไมถึงตรึงหน้าต่างไว้เล่า เดี๋ยวพี่หนิงอันและพี่เถี่ยเสวียนกลับมาอยู่แล้วหนาวแย่”
จางซิ่วเอ๋อขยับริมฝีปาก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “หนิงอันกับเถี่ยเสวียนกลับมาแล้วล่ะ”
“หนิงอันป่วย ตอนนี้โดนลมไม่ได้ ข้าเลยตรึงหน้าต่างไว้” จางซิ่วเอ๋ออธิบาย
นางไม่อยากให้จางชุนเถาร