น้าก็กระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะรีบบอก “เรื่องนั้น…..ตอนไปข้าเดินไวน่ะ”
“ก็จริง ครั้งนี้มีพี่หนิงอันถือลอบจับปลาให้ คงสบายขึ้นไม่น้อย” จางชุนเถาไม่เห็นความอึดอัดบนสีหน้าของจางซิ่วเอ๋อ กลับอุทานกับตัวเอง
“พี่ ข้าว่าพี่หนิงอันเป็นคนดีนะ” จางชุนเถาอุทานต่อไป
จางซิ่วเอ๋อฟังแล้วสัญชาตญาณของนางอยากสอนจางชุนเถาให้จางชุนเถาจดจำไว้ว่าอย่าเชื่อใครง่าย ๆ และบอกนางว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ……
แต่พอจะพูด จางซิ่วเอ๋อกลับพบว่า…..ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ นางคิดเหมือนจางชุนเถาเลย! คิดว่าหนิงอันเป็นคนดี!
นี่มันไปกันใหญ่แล้ว!
สมัยที่นางเห็นร่องรอยบาดแผลบนตัวหนิงอันยังคิดอยู่เลยว่าหนิงอันเป็นพวกโจรป่ารึเปล่า…..
“พี่ใหญ่?” จางชุนเถาเห็นจางซิ่วเอ๋อใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงร้องเรียก
“หืม?” จางซิ่วเอ๋อตอบไปมั่ว ๆ
“พี่ว่าเป็นแบบนั้นไหม?” จางชุนเถาต้องการความมั่นใจ
จางซิ่วเอ๋อได้แต่พยักหน้าแล้วบอก “ใช่”
“ข้าว่าแล้วว่ากาลเวลาพิสูจน์คน ตอนแรกพี่ระแวงพี่หนิงอันขนาดนั้น…..ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าเขาเป็นคนดีจริง ๆ ……ถ้าข้ามีพี่เขยแบบนี้ก็ดีสิ……” จางชุนเถาพูดมาถึงตอนสุดท้าย เสียงค่อย ๆ แผ่วลง
แต่จางซิ่วเอ๋อผู้หูดีก็ยังได้ยิน นางถลึงตาใส่จางชุนเถา “ข้าว่าเดี๋ยวนี้ไม่ได้สั่งสอนเด็กน้อยอย่างเจ้า เจ้าเลยกล้าก่อวีรกรรมใช่ไหม พี่เขยอะไรกัน หนิงอันเป็นคนดีจริง แต่ข้าไม่ได้อยากแต่งงาน”
“พี่…..พี่ก็รู้นี่ว่ามีคนตั้งมากมายที่รั