น จางซิ่วเอ๋อกลับหายกลัวขึ้นมา
นางกลัวว่าจะเป็นพวกหวังกลากเกลื้อนที่ไม่ยอมแพ้แล้วกลับมาหาเรื่องอีก หากเป็นคนพวกนั้น จางซิ่วเอ๋อก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะทำอย่างไรดี
จางเป่าเกินสบถและก้าวยาว ๆ เข้ามา “เจ้าว่าข้ามาที่นี่ทำไมล่ะ? จนถึงบัดนี้เจ้ายังจะแกล้งโง่อีกหรือ?”
พูดไปจางเป่าเกินก็เหลือบมองตะกร้าของจางซิ่วเอ๋อพลางหัวเราะเย็น ๆ “เดี๋ยวนี้เจ้าเก่งกล้าสามารถดีนะ กินได้ยันแกงไก่ยันเกี๊ยวน้ำเชียว ครึ่งตำลึงเงินของข้าเจ้าควรจะคืนข้าได้แล้วกระมัง?”
จางซิ่วเอ๋อถอยหลังไปหนึ่งก้าว นางไม่กลัวจางเป่าเกินหรอก แต่ถึงอย่างไรชายหญิงก็แตกต่างกัน นางมีกำลังไม่มากเท่าจางเป่าเกิน ขืนอีกเดี๋ยวจางเป่าเกินเป็นบ้าขึ้นมา นางก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ สิ่งที่จางซิ่วเอ๋อต้องทำคือรับประกันความปลอดภัยของตัวเองไว้ก่อน
ทว่าการกระทำเช่นนี้ของจางซิ่วเอ๋อกลับทำให้จางเป่าเกินคิดว่านางกำลังหวาดกลัว เขายิ่งโอหังได้ใจขึ้นไปใหญ่
เขาหัวเราะลั่น “จางซิ่วเอ๋อ เจ้าเหิมเกริมมากไม่ใช่หรือไร? ทำไมตอนนี้ถึงกลัวล่ะ? ถ้าตอนนี้เจ้าคุกเข่ากับพื้นแล้วโขกหัวให้ข้า ขอร้องให้พี่ชายอย่างข้าปล่อยเจ้าไป แล้วคืนตำลึงเงินของข้ามา บางทีข้าอาจจะปล่อยเจ้าไปเพราะเห็นแก่ที่เราสองคนแซ่จางเหมือนกันก็ได้ ไม่อย่างนั้นข้าจะจับเจ้าไปที่หอนางโลมเสียเดี๋ยวนี้ ให้เจ้าไปหาครึ่งตำลึงเงินนั้นกลับมาให้ข้า!”
จางซิ่วเอ๋อได้ยินแล้วหัวเราะเสียงเ