งข้า! ไม่เกี่ยวกับเจ้า!”
“ท่านแม่ข้ายังไม่ได้กิน! ผู้ใหญ่คนอื่น ๆ ก็ยังไม่ได้กิน! พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรได้กินก่อน?” จางอวี่หมินแค่นเสียงเย็นชา
จางซิ่วเอ๋อรู้ว่าต่อให้ตอนนั้นจะตกลงกันดิบดีแล้ว พวกคนตระกูลจางก็ยังมาขออาหารอยู่ดี
แม่โจวมองไปที่ประตูอย่างกระวนกระวาย กลัวขึ้นมาเล็กน้อยว่าจางอวี่หมินจะทำอะไรสักอย่างเข้า
จางซิ่วเอ๋อปลอบนางด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ท่านแม่ อย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะ มีข้าอยู่ทั้งคนแล้ว ต่อให้พึ่งพาอะไรท่านพ่อไม่ได้ เราก็ไม่ต้องกลัวไปเจ้าค่ะ!”
จางต้าหูได้ยินจางซิ่วเอ๋อเอ่ยกระทบกระเทียบตนแล้ว สีหน้าก็พลันฉายแววอับอายขึ้นมา
“ท่านอาเล็ก เจ้าอย่าลืมสิ ข้าบอกเจ้าไปชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว ว่าข้าจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ไม่อย่างนั้นแล้ว…ข้าก็ไม่เกรงใจ…ที่จะคิดว่าเจ้าจงใจทำให้แม่ข้าเสียลูกในท้องไป และปล่อยให้พ่อข้าต้องเป็นคนไร้ทายาท!” จางซิ่วเอ๋อขบฟันกรอดและจงใจเน้นคำว่า ‘ไร้ทายาท’ อย่างชัดเจน
จางต้าหูสีหน้าเย็นเยียบขึ้นมาและเอ่ยผ่านประตู “อวี่หมิน เจ้ารีบกลับไปเร็ว ของนี่ซิ่วเอ๋อตั้งใจทำมาตอบแทนเหมยจื่อเท่านั้น ถ้าเจ้าอยากกินก็ให้ท่านแม่เชือดไก่ให้ก็ได้”
จางอวี่หมินถึงกับไปต่อไม่ถูกเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น “พี่สี่! ทำไมท่านถึงช่วยพูดให้จางซิ่วเอ๋อแบบนั้นล่ะ!”
“ถ้าไม่ให้ช่วยข้า จะให้ช่วยเจ้าอย่างนั้นเหรอ? ปล่อยให้เจ้าฆ่าเด็กในท้องแม่ข้า? แล้วทำให้พ่อข้ากลายเ