ป็นคนไร้ทายาท?” จางซิ่วเอ๋อเน้นย้ำคำว่า ‘ไร้ทายาท’ ครั้งแล้วครั้งเล่า
เรื่องนี้เป็นจุดอ่อนที่แสลงใจของจางต้าหูนัก
เมื่อจางต้าหูได้ยินคำสองคำนี้ เขาก็โลเลน้อยลง อย่างน้อยในตอนนี้เขาก็เลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างแม่โจวแล้ว
“จางซิ่วเอ๋อ! เจ้าไม่ต้องมาบ่มเพาะความร้าวฉานแล้ว! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะเป็นห่วงแม่เจ้าจริง ๆ!” จางอวี่หมินขบฟันกรอด
จางซิ่วเอ๋อเลิกคิ้ว ก่อนเอ่ยขึ้น “ท่านพ่อ ถ้าท่านจะเชื่อท่านอาเล็กก็เชิญเลย! ทุกคนมีขีดความอดทนจำกัด และคนเดียวที่ข้าจะดูแลก็คือท่านแม่ ต่อให้เสียเด็กคนนี้ไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับข้า!”
จางต้าหูหรือจะกล้าท้าทายกับเรื่องนี้?
ปัง ๆๆ!
จางอวี่หมินที่อยู่ด้านนอกเรือนกำลังตบบานประตูอย่างเกรี้ยวกราด
จางซิ่วเอ๋อจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มห้าว “ท่านอาเล็ก ข้าขอแนะนำให้เจ้ากลับไปจะดีกว่า เจ้าเองก็เป็นหญิงสาวที่กำลังจะออกเรือน ถ้ามีใครมาเห็นเจ้ากำลังทุบประตูห้องของพี่ชายกับพี่สะใภ้แบบนี้เข้า ต่อไปเจ้าอาจไม่ได้แต่งงานกับคนดี ๆ ก็ได้นะ!”
จางอวี่หมินเอ่ยวาจาร้ายกาจ “ต่อให้ข้าจะไม่ได้แต่งงานกับคนดี ๆ ก็ดีกว่าเป็นแม่ม่ายแบบเจ้า!”
แม่โจวมีสีหน้าน่าเกลียดไป และเอ่ยด้วยเสียงอ่อนระโหยออกมาจากข้างในห้อง “อวี่หมิน ซิ่วเอ๋อไปทำอะไรให้เจ้า? เป็นหรือไม่เป็นแม่ม่าย ก็ล้วนเป็นคำพูดจากท่านอาอย่างเจ้า พูดแบบนี้ไม่ดูน่าเกลียดไปหน่อยหรือ?”
“ท่านแม่! มาเร็วเจ้าค่ะ! นังแม่โจวกับน