ังซิ่วเอ๋อมันรวมหัวกันกลั่นแกล้งข้า!” จางอวี่หมินตะโกนในทันทีและเริ่มกลับดำเป็นขาว
จางซิ่วเอ๋อลูบหลังแม่โจวและปลอบนางให้รู้สึกสบายใจ “ท่านแม่ อย่าได้มีโทสะและค่อย ๆ กินนะเจ้าคะ พวกเขาจะพูดยังไงก็ปล่อยให้พูดไป ข้าไม่สนใจเรื่องนี้หรอก ต่อให้ตอนนี้ข้าเป็นแม่ม่ายก็ยังดีกว่าตอนที่เป็นเด็กสาวในเรือนนี้ อย่างน้อยข้าก็ได้กินและได้ตอบแทนคุณท่าน ไม่ต้องทุกข์ทรมานกับการถูกทุบตีและดุด่าทุกวัน หรือต้องกลัวว่าจะถูกขายเมื่อไหร่ด้วย”
“ซิ่วเอ๋อ ชีวิตเจ้าช่างน่าเจ็บปวดจริง ๆ” แม่โจวทำตาแดงใกล้จะร้องไห้
“ท่านพ่อ อย่าทำให้แม่ข้าต้องตื่นตระหนกหรือโมโห ไม่อย่างนั้นจะยื้อเด็กในท้องนางไว้ไม่ได้ต่อให้เป็นเทพเซียนลงมาช่วยก็ตาม พวกเขาพยายามอย่างหนักมาก ท่านจะทำเพียงดูเฉย ๆ งั้นเหรอ? อย่างไรเสียเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับข้า ยังไงคนที่จะตายก็ไม่ใช่ข้าอยู่แล้ว! ถ้าท่านไม่สนใจ ข้าก็ไม่สนใจเช่นกัน!” จางซิ่วเอ๋อเอ่ยพลางโบกมือ
ในตอนนี้ จางต้าหูที่คิดถึงน้ำแกงไก่กับข้าวขาวสลับกับเรื่องที่ตนจะไร้ทายาท ก็ได้พูดออกไปถึงนอกห้อง “อวี่หมิน ข้าขอร้องล่ะ ได้โปรดหยุดก่อปัญหาเสียที! ถ้าเจ้าแย่งของกินของพี่สะใภ้แล้ว เกิดลูกข้าเสียไปแล้วข้าจะทำอย่างไร?”
แน่นอนว่าถึงจางต้าหูจะพูดเพื่อแม่โจว แต่คำพูดของเขาก็ไม่มีพลังแต่อย่างใด
ทว่าถึงจะเป็นอย่างนั้น มันก็เพียงพอในการทำให้จางอวี่หมินขนลุกขึ้นมาได้
“พี่สี่! นังซิ่วเอ๋อมันเอาของต่ำอะไร