ายกกับข้าวมาวางบนโต๊ะแล้ว สองพ่อลูกตระกูลจ้าวก็มา
พวกเขาชินแล้วที่บ้านของจางซิ่วเอ๋อมีคนแปลกหน้าเพิ่มมาสองคน
จางซิ่วเอ๋อจึงพูดตามความจริง บอกว่าเป็นเพียงคนที่มาขอเช่าอยู่ชั่วคราว
ตอนนี้สองพ่อลูกตระกูลจ้าวเป็นคนที่จางซิ่วเอ๋อเชื่อใจได้ และเนื่องจากต้องดูแลเรื่องอาหารการกินของพวกเขาด้วย จางซิ่วเอ๋อจึงไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้กับพวกเขา
แม้คนอย่างบัณฑิตจ้าวเป็นคนหัวโบราณมาก แต่หลังจากสมาคมกันมานาน เขาก็เชื่อในนิสัยของจางซิ่วเอ๋อมาก เวลานี้จึงไม่มีความคิดเหมือนพวกหญิงขี้นินทาในหมู่บ้าน
และไม่มีทางเล่าเรื่องในบ้านของจางซิ่วเอ๋อให้คนอื่นฟัง
ตอนแรกที่บัณฑิตจ้าวเห็นเนี่ยหย่วนเฉียว เรื่องเดียวที่เขาเป็นห่วงคือเนี่ยหย่วนเฉียวคนนี้จะทำร้ายจางซิ่วเอ๋อหรือไม่
แต่หลังจากได้รู้จักกัน เขาก็พบว่าเนี่ยหย่วนเฉียวเป็นคนกิริยาไม่ธรรมดา บุคลิกโดดเด่น ดูก็รู้ว่าไม่ใช่พวกไก่กา
จึงค่อย ๆ สบายใจขึ้น
หลังจากกินข้าวมื้อเย็นกันเสร็จแล้ว จางซิ่วเอ๋อก็เรียนเขียนตัวอักษรกับบัณฑิตจ้าวอยู่ครู่หนึ่งตามปกติ
หลังจากบัณฑิตจ้าวไปแล้ว จางซิ่วเอ๋อก็ฝึกเขียนตัวอักษรในจานทราย
นางเขียนอักษรจีนตัวย่อได้สวยมาก แต่เขียนตัวอักษรโบราณเช่นนี้เหมือนกับไก่เขี่ยดี ๆ นี่เอง
เนี่ยหย่วนเฉียวเดินเข้ามา ยืนมองเงียบ ๆ อยู่ด้านข้าง
สตรีที่อ่านหนังสือออกในตระกูลใหญ่ ๆ นั้นมีไม่น้อย แต่เขาไม่เคยเห็นใครใฝ่เรียนเท่าจางซิ่วเอ๋อเลย
เมื่อสัมผัสได้ถึงสา