พวกเขาต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ
แต่คนที่ได้สติเร็วที่สุดคือจวี๋ฮวา
จวี๋ฮวาก้าวฉับไวเข้ามา “ซิ่วเอ๋อ! เจ้ากลับมาแล้วเหรอ!”
ตอนที่จวี๋ฮวาพูดแบบนี้ออกมา สีหน้าของนางฉายแววยินดีอย่างยากจะบรรยาย
สายตาของจางซิ่วเอ๋ออ่อนโยนขึ้น “ต้องทำให้เจ้าเป็นห่วงเสียแล้ว”
เวลานี้ทุกคนยังไม่รู้ว่าตกลงตระกูลเนี่ยมีท่าทางอย่างไรต่อนาง พวกประจบประแจงจึงไม่แสดงท่าทางชิดเชื้อกับนางมากในขณะที่ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นเช่นไร
แต่จวี๋ฮวาไม่เป็นแบบนั้น
แม้จางซิ่วเอ๋อจะดูออกว่าจวี๋ฮวาก็มีความกังวลเหมือนกัน แต่จางซิ่วเอ๋อกลับรู้สึกว่าการที่จวี๋ฮวายอมสนิทชิดเชื้อกับตัวเองถึงเพียงนี้ก็ถือว่าหาได้ยากมากแล้ว มันเป็นเพราะว่านางเห็นตนเป็นสหายจริง ๆ
พอคิดได้ดังนี้ จางซิ่วเอ๋อจึงมองจวี๋ฮวาและเอ่ย “ต้องลำบากเจ้าแล้ว”
“เรื่องของตระกูลเนี่ย….” จวี๋ฮวามองจางซิ่วเอ๋อ คิดจะพูดบางอย่างแต่ก็ไม่พูด นางอยากถามจางซิ่วเอ๋อว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็รู้สึกว่าการที่ตัวเองถามต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้คงไม่ดีเท่าใด
จางซิ่วเอ๋อยิ้มพลางกล่าว “ไม่เป็นไรหรอก พวกเขาก็แค่สั่งให้ข้าบูชาคุณชายเนี่ยให้ตรงเวลา”
เรื่องมันจบเช่นนี้จริง ๆ
แม้ว่าระหว่างนั้นมีอุปสรรคบ้าง แต่สุดท้ายแล้วคำขอของเนี่ยเฟิ่งหลินก็เป็นเช่นนี้จริง ๆ
“แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงพาตัวเจ้าไปล่ะ?” กู๋อวี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถามขึ้นอย่างอดไม่ได้
จางซิ่วเอ๋อและกู๋อวี่ไม่ได้สนิทอะไรเท่าใดนัก แต่อย่างน้อยก