็พอคุยกันได้บ้าง จางซิ่วเอ๋อตอบทันที “ก็แค่เรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้น ตอนนี้จัดการหมดแล้วล่ะ”
“ข้าเห็นตอนนั้นคนตระกูลเนี่ยมีท่าทางดุดันเพียงนั้น จะเป็นการเข้าใจผิดได้อย่างไร?” แม่ม่ายหลิวเสริมอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่หวังดี
คราวนี้ไม่รอให้จางซิ่วเอ๋อพูดอะไร จวี๋ฮวาก็เอ่ยขึ้น “บอกว่าเข้าใจผิดก็เข้าใจผิดสิ หากไม่ใช่การเข้าใจผิด คนตระกูลเนี่ยจะปล่อยซิ่วเอ๋อกลับมาดี ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร?”
“พูดแบบนี้ก็ถูก หากจางซิ่วเอ๋อทำอะไรที่เป็นการล่วงเกินตระกูลเนี่ยจริง ๆ นางคงไม่ได้กลับมาแบบนี้หรอก”
“ใช่แล้ว”
คนพวกนี้เคยกินอาหารที่จางซิ่วเอ๋อให้ ตอนนี้รู้สึกว่าที่จวี๋ฮวาพูดมีเหตุผล จึงพากันกล่าวสมทบพร้อมรอยยิ้ม
อย่างไรเสียก็แค่กล่าวประโยคสองประโยค ต่อให้มีปัญหาอะไรก็มาไม่ถึงตัวเองหรอก
แม่ม่ายหลิวมองจางซิ่วเอ๋ออย่างโกรธแค้น ครั้งนี้ถือว่าเจ้าโชคดี!
หลังจากที่จางซิ่วเอ๋อเข้ามาถึงในเมือง นางก็ซื้อของจำเป็นที่ตัวเองต้องใช้ ก่อนจะไปหาเถ้าแก่เฉียน
เถ้าแก่เฉียนเห็นว่าจางซิ่วเอ๋อมาก็ตื่นเต้นนิดหน่อย “แม่นางเถาฮวา เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม?”
จางซิ่วเอ๋อยิ้ม “ตอนนี้ท่านน่าจะรู้แล้วนะเจ้าคะว่าข้าไม่ได้ชื่อเถาฮวา”
เถ้าแก่เฉียนหัวเราะ “รู้แล้วล่ะ แต่ก็ยังชินกับการเรียกเจ้าว่าแม่นางเถาฮวาอยู่”
จางซิ่วเอ๋อโค้งคำนับเถ้าแก่เฉียน
“แม่นางเถา….แม่นางซิ่วเอ๋อ นี่เจ้าทำอะไร?” เถ้าแก่เฉียนตึงเครียดขึ้นมา
จางซิ่วเอ๋อปริปากพูดขึ