ปเรื่อย ๆ จางซิ่วเอ๋อก็ปล่อยตัวตามสบาย
จางซิ่วเอ๋อรำพึงในใจ ที่หนิงอันทำดีกับตัวเองขนาดนี้คงเป็นเพราะตัวเองเคยช่วยเขามาก่อนสินะ เมื่อคิดได้ดังนี้แล้วจางซิ่วเอ๋อก็เลิกฟุ้งซ่านในใจ
รถม้าคันหนึ่งแล่นมาตามทาง
รถม้าเคลื่อนผ่านเนี่ยหย่วนเฉียวและจางซิ่วเอ๋อไป เด็กขับรถม้าพลันหยุดรถลง
เขาเลิกม่านรถม้าขึ้นและบอกกับคนด้านใน “คุณชาย เหมือนข้าจะเห็นจางซิ่วเอ๋อ”
เสียงใสดังออกมาจากด้านใน “ข้าก็เห็นเหมือนกัน”
“แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีขอรับ?” ตวนอู่ถามอย่างระมัดระวัง
ใช่แล้ว นี่คือรถม้าของตระกูลฉิน
ตอนที่คุณชายฉินได้พบชุนเถาออกจะสายไปหน่อยจึงมาช้าไปหนึ่งก้าว
คุณชายฉินหรี่ตาและนึกถึงสิ่งที่ตัวเองเพิ่งเห็นเมื่อครู่ ภาพที่เนี่ยหย่วนเฉียวแบกจางซิ่วเอ๋อไว้บนหลัง ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกขึ้นมาว่าบางทีจางซิ่วเอ๋ออาจจะรู้ทุกอย่าง
วันนี้ตอนที่เขารู้ว่าจางซิ่วเอ๋อเป็นภรรยาที่แก้ชงให้เนี่ยหย่วนเฉียว เขายังคิดว่าจางซิ่วเอ๋อไม่รู้เรื่องอะไรเลยเสียอีก
คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้เห็นภาพนี้
แววตาของเขามืดครึ้มลง เขาแค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ “น่าเสียดายที่ข้านึกถึงเจ้าขนาดนี้”
“คุณชาย?” ตวนอู่ฟังไม่ชัดว่าคุณชายฉินพูดเสียงแผ่วเบาว่าอะไร จึงเอ่ยถาม
คุณชายฉินปริปาก “กลับกันเถอะ”
“แล้ว…..”
“ช่างเถอะ เราไม่ต้องเป็นห่วงจางซิ่วเอ๋อนั่นแล้ว ประเดี๋ยวตอนผ่านทางก็ห้ามทักทายจางซิ่วเอ๋อ เคลื่อนผ่านไปให้ไวเลย” คุณชายฉินสั่ง
ตวนอู่ไม่เ