ริง ๆ ทุกคนคงเป็นพยานให้ได้ว่าไม่เกี่ยวกับเขา
หลังจากที่เจ้าของร้านชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย จึงตัดสินใจเงียบ
มีดนี่หนักกว่าปังตอเยอะ จางซิ่วเอ๋อถือแล้วหนักมือใช้ได้ แต่นางยังคงกวัดแกว่งเงื้อง่ามีดด้วยท่าทางแสร้งทำเป็นสบาย ๆ
“จางซิ่วเอ๋อ! เจ้าคิดว่าถือมีดแล้วข้าจะกลัวเจ้าเหรอ? นังต่ำช้า! แน่จริงเจ้าก็ฟันข้าสิ! แน่จริงเจ้าฟันข้าเลย! แน่จริงมาฟันสิ!” จางเป่าเกินยื่นคอไปด้านหน้าอย่างท้าทาย
จางเป่าเกินมั่นใจว่าจางซิ่วเอ๋อไม่กล้าลงมือหนัก เมื่อก่อนเขาทำร้ายจางซิ่วเอ๋อจนชิน เวลานี้จึงดูแคลนนางอยู่ไม่น้อย
แน่นอนว่าจางซิ่วเอ๋อไม่กล้าลงมือ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าทำร้ายคนแบบนี้ในที่สาธารณะไม่คุ้มกันเลยสักนิด
แต่จางซิ่วเอ๋อตัดสินใจแล้วว่าจะให้บทเรียนกับจางเป่าเกินเสียหน่อย อย่างน้อยก็ต้องให้จางเป่าเกินรู้ว่าจะมามีเรื่องกับตัวเองไม่ได้
จางซิ่วเอ๋อจึงแกล้งทำเป็นบันดาลโทสะ หน้าตาดุร้ายถึงขีดสุด
นางเอ่ยเสียงเย็น “จางเป่าเกิน! ข้าให้โอกาสเจ้า รีบคืนเงินมาซะแล้วขอโทษพวกเรา! ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้าได้เจอกับผลที่ตามมา!”
จางเป่าเกินหัวเราะเย็น ๆ หน้ากลม ๆ ของเขามีฝ้าเหมือนถั่ว เขาหรี่ตาด้วยท่าทางก้าวร้าว “โอ้โห! เจ้าไปกินดีหมีหัวใจเสือมาเหรอ? ตอนนี้ยังกล้ามาโวยวายใส่ข้าอีก?”
จางซิ่วเอ๋อยกมีดขึ้นมาฟาดฟันใส่จางเป่าเกิน
นางรู้ดีอยู่แก่ใจว่านี่แค่จะขู่จางเป่าเกินเท่านั้น ไม่ได้คิดจะฟันแขน