ฒ่าจาง ก็ไม่รู้ว่าแม่เฒ่าจางจะก่อเรื่องอะไรอีกบ้าง
จางซิ่วเอ๋อทำอะไรแบบนี้ยังคิดว่าไม่ให้แม่เฒ่าจางรู้ดีกว่า
บัณฑิตจ้าวรีบบอก “ข้าวเขิ้วอะไรกัน เอ้อร์หลางต้องขึ้นเขาไปผ่าฟืนทุกวันอยู่แล้ว ช่วยซานหยาบ้างก็เป็นเรื่องที่สมควร”
จางซิ่วเอ๋อกลับกล่าวขึ้น “ถ้าแบบนี้ข้าไม่กล้าให้เอ้อร์หลางช่วยหรอกเจ้าค่ะ เอ้อร์หลางต้องผ่าฟืนไปขายแลกเงินอีก ข้ารบกวนธุระของเอ้อร์หลางไม่ได้ เอ้อร์หลางช่วยซานหยาทำงานต้องเสียเวลาครึ่งค่อนวัน ข้าเลี้ยงข้าวแค่มื้อเดียวจริง ๆ แล้วถือว่าน้อยมาก”
บัณฑิตจ้าวกลายเป็นฝ่ายเกรงใจมากกว่า ถ้าเป็นอาหารทั่วไปคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่แค่ที่กินกับจางซิ่วเอ๋อมาสองวันนี้ใช่อาหารทั่วไปที่ไหนกัน
“เอาล่ะ เรื่องนี้เอาตามนี้ แต่ห้ามบอกคนอื่นนะเจ้าคะ” จางซิ่วเอ๋อไม่ลืมกำชับ
บัณฑิตจ้าวไม่มีโอกาสแย้งอะไร เขาอ้าปากจะพูดบางอย่าง ก็เห็นจางซานหยาจ้องตาแป๋วมองเขาอย่างน่าสงสาร
บัณฑิตจ้าวนึกในใจ ถึงตอนนั้นกินให้น้อย ๆ หน่อยแล้วกัน อย่างไรเสียความเป็นอยู่ของซิ่วเอ๋อไม่ได้ดีนักเมื่อตกลงเรื่องนี้เสร็จ จางซิ่วเอ๋อลูบหัวจางซานหยาพลางเอ่ย “ต่อไปนี้มีพี่เอ้อร์หลางช่วยเจ้าทำงาน พวกพี่มีเวลาก็จะไปช่วยด้วย เจ้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก”จางซานหยาน้ำตารื้น “พี่ พี่ดีกับข้าจริง ๆ”“เด็กโง่ ข้าเป็นพี่สาวเจ้านะ ไม่ดีกับเจ้าจะให้ไปดีกับใคร” จางซิ่วเอ๋อยิ่งเห็นจางซานหยาก็ยิ่งเอ็นดูนางเห็นแบบนั้นบัณฑิตจ้าวยิ่งปฏิเ