านขายโลงศพ
ทุกคนต่างอึ้งไปเมื่อเห็นจางซิ่วเอ๋อมาร้านขายสินค้าสำหรับคนตาย เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่รู้ว่าจางซิ่วเอ๋อจะทำอะไร
จางซิ่วเอ๋อจึงอธิบาย “ข้าจะตั้งป้ายวิญญาณให้คุณชายเนี่ย”
แม่โจวได้ยินก็มีสีหน้าเศร้าสลด “ก็สมควรอยู่ ต่อให้คนตระกูลเนี่ยไม่ดีขนาดไหน ตอนนี้เจ้าก็เป็นลูกสะใภ้ตระกูลเนี่ย เจ้าเป็นเด็กมีคุณธรรม วันหน้าใครได้แต่งงานกับเจ้าต้องโชคดีแน่ ๆ”
จางซิ่วเอ๋อไม่กล้าบอกแม่โจวว่าที่ตัวเองตั้งป้ายวิญญาณให้เพราะตั้งใจจะแอบอ้างชื่อเสียง
ที่นี่มีป้ายวิญญาณว่างมากมาย หากใครจะซื้อเถ้าแก่ก็จะหยิบชาดแดงมาเขียนให้
“พี่สาวคนนี้จะตั้งป้ายวิญญาณให้ใครในบ้านรึ?” เถ้าแก่เห็นแม่โจวอายุเยอะสุดจึงเอ่ยถาม
จางซิ่วเอ๋อกล่าว “ตั้งป้ายวิญญาณให้สามีข้า”
เถ้าแก่มองจางซิ่วเอ๋ออย่างพินิจ เห็นว่าจางซิ่วเอ๋ออายุไม่มาก ทรงผมก็ดูไม่ออกว่าแต่งงานแล้ว
หากจางซิ่วเอ๋อไม่พูดออกมาเอง เถ้าแก่คนนี้คงนึกว่าจางซิ่วเอ๋อยังไม่ออกเรือน
เถ้าแก่ร้านโลงศพเห็นจางซิ่วเอ๋อเป็นแม่ม่ายตั้งแต่อายุยังน้อยก็นึกสงสาร เขาถามเสียงนุ่มนวล “ไม่ทราบว่าสามีที่ตายไปของเจ้าชื่ออะไรรึ?”
พอเถ้าแก่ร้านโลงศพถาม จางซิ่วเอ๋อก็ตอบไม่ได้
นางพยายามนึก ไอ้คนขี้โรคตายไวนั่นชื่ออะไรนะ? มาถึงตอนนี้จางซิ่วเอ๋อเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองรู้เพียงว่าเขาแซ่เนี่ย เรื่องอื่นนั้นไม่รู้อะไรเลย
บางทีจางซิ่วเอ๋อเจ้าของร่างอาจจะรู้ แต่ไม่ได้ทิ้งความทรงจำส่วนนี้ไว้ให้นาง
บา