งทีเมื่อก่อนนางอาจจะจำได้ แต่รู้สึกว่าเป็นคนไม่สำคัญจึงลืมในภายหลัง
เมื่อก่อนจางซิ่วเอ๋อไม่คิดว่าตัวเองมีความเกี่ยวข้องอะไรกับคุณชายเนี่ย จึงไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้
จางซิ่วเอ๋อเอ่ยเสียงเบา “ข้าอ่านหนังสือไม่ออก ไม่รู้ว่าอักษรพวกนั้นเขียนอย่างไร…..”
จางชุนเถาที่อยู่ข้าง ๆ พลันเอ่ยขึ้น “ข้ารู้”
จางซิ่วเอ๋อมองจางชุนเถาอย่างแปลกใจระคนดีใจ ตอนแรกนางคิดจะบอกว่าตัวเองจะตั้งป้ายวิญญาณให้ลูกชายเจ้าของที่ตระกูลเนี่ย บางทีเถ้าแก่คนนี้อาจจะรู้ว่าคุณชายเนี่ยชื่ออะไร
อย่างไรเสียเจ้าของที่ตระกูลเนี่ยก็เป็นคนมีชื่อเสียงในละแวกนี้
จางชุนเถาเอ่ยขึ้น “หย่วน ที่มาจากสงบจิตสงบใจจึงจะทำตามฝันอันกว้างไกลได้ เฉียว ที่มาจากนกที่บินจากหุบเขาไปบนยอดไม้ได้แต่ยังไม่ลืมเพื่อนฝูง”
จางซิ่วเอ๋อมองจางชุนเถาตาโต คิดไม่ถึงเลยว่าจางชุนเถาจะพูดประโยคที่ลึกล้ำขนาดนี้ได้
จางชุนเถาเองก็อ่านหนังสือไม่ออกนะ
สัมผัสได้ถึงความกังขาจากจางซิ่วเอ๋อ จางชุนเถาเอ่ยเสียงค่อย “ตอนแม่สื่ออ้วนมาสู่ขอพี่ที่บ้านเรา นางพูดประโยคมงคลไว้เยอะ นางอธิบายความหมายในชื่อของคุณชายเนี่ยให้ฟังด้วย บอกว่าพี่สองคนเหมาะสมกันทั้งจากชื่อหรือแผนผังพลังชี่……”
พูดมาถึงตรงนี้จางชุนเถาชะงัก “ข้าไม่เข้าใจความหมายหรอก แต่จำประโยคนี้ได้”
จางชุนเถามองเถ้าแก่พลางเอ่ย “จากประโยคนี้ ท่านพอฟังรู้ใช่ไหมว่าอักษรตัวไหน?”
“รู้ ๆ” เถ้าแก่ร้านโลงศพเคยเรียนหนังสือ อย่างไรเสีย