บางครั้งบางคราวเขาต้องเขียนเรียงความแสดงความอาลัยเพื่อหาเงิน
เถ้าแก่ร้านโลงศพเป็นคนมีความสามารถ โชคดีที่จางซิ่วเอ๋อมาเจอเขา ไม่อย่างนั้นนางคงกระอักกระอ่วนน่าดู
“สามีที่ตายไปของเจ้าชื่อเนี่ยหย่วนเฉียวเหรอ?” เถ้าแก่ถามอีกครั้งเพื่อยืนยัน หากเขียนป้ายผิดคงแย่แน่
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า
จากนั้นเถ้าแก่จึงหยิบพู่กันชาดแดงขึ้นมาเขียนป้ายวิญญาณ
ที่จริงมีวิธีสลักอักษรบนนั้นก่อนแล้วค่อยย้อมสี แต่แบบนั้นแพงกว่า จางซิ่วเอ๋อคิดว่าแบบนี้ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียตำลึงมากมายบนเรื่องแบบนี้
จางซิ่วเอ๋อที่กล้าใช้เงินมาตลอดกลับงกในเวลานี้
ไม่นานนัก ป้ายวิญญาณที่เขียนว่า ‘ป้ายแห่งสามีเนี่ยหย่วนเฉียว’ ก็เสร็จ ด้านข้างมีตัวอักษรเล็ก ๆ อีกแถวว่า ‘แม่จางเป็นผู้ตั้งป้าย’
จางซิ่วเอ๋อคิดไปคิดมาแล้วก็ซื้อกระดาษเงินกระดาษทองและเทียนเพิ่ม จะเล่นละครทั้งทีก็ต้องเล่นให้ครบชุด
หลังจากออกมาจากร้านโลงศพ จางซิ่วเอ๋อพาทุกคนเดินเล่นอยู่ในเมือง นางคิดไปคิดมาก่อนจะไปซื้อชุดชั้นในผ้าฝ้ายอ่อนให้แม่โจวและจางซานยาที่ร้านผ้า
เสื้อผ้าที่ใส่ด้านนอกนางไม่กล้าให้พวกนางใส่แบบดี ๆ ใส่ไปก็รักษาไว้ไม่ได้
แต่เสื้อด้านในคนตระกูลจางจะหน้าด้านแย่งเหรอ
แม่โจวปฏิเสธไม่ได้ ได้แต่รับไว้
จางซิ่วเอ๋อไปซื้อเนื้อกับพ่อค้าซุนอีก คราวนี้นอกจากเนื้อสามชั้น 2 ชั่ง จางซิ่วเอ๋อยังซื้อขาหมูอีกสี่ขาบวกกับเครื่องในพวงหนึ่ง
จากนั้นนางก็ซื้อพวกแป้งด้วยแล้วถึงย