ิ่วเอ๋อแล้วไม่ใช่ว่าจางซิ่วเอ๋อเป็นแม่พระหรอก แต่ตั้งแต่ที่ชายผู้นี้นอนอยู่ที่หน้าบ้านตัวเอง นางก็รู้แล้วว่าโดนความยุ่งยากที่ร่วงลงจากสวรรค์กระแทกเข้าให้ ไม่มีทางเลี่ยงได้เลยในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว แถมเจ้าคนขี้โรคนี่ก็ไม่เป็นอันตรายต่อพวกนาง จางซิ่วเอ๋อจึงตัดสินใจช่วยคนผู้นี้ นางขมวดคิ้วและจุดไฟในเตา ทำให้ในห้องสว่างขึ้นและอบอุ่นขึ้นไม่น้อยนางปูหญ้าแห้งในห้องเก็บฟืนกับพื้น ถอดเสื้อผ้าเปียกชุ่มของเขาออก แน่นอนว่าจางซิ่วเอ๋อไม่คิดจะถอดพวกกางเกงชั้นในหรอก และไม่มีความมุ่งมั่นจะเสียสละตนขนาดนั้นแต่ยังดีที่นางไม่เหมือนสตรียุคโบราณที่พอเห็นแผ่นอกของบุรุษแล้วก็เขินอายแทบตาย ถ้าเป็นแบบนั้นคงไม่อาจใช้ชีวิตที่ยุคปัจจุบันได้ ไม่ว่าจะเป็นนายแบบในทีวีหรือบนนิตยสาร ล้วนแต่เปิดเผยเนื้อตัวกันทั้งนั้นหลังจากถอดชุดคลุมยาวของเขาออก จางซิ่วเอ๋อก็เห็นบาดแผลเป็นทางยาวที่ไหล่ของชายผู้นี้ ถึงเลือดจะไม่ค่อยไหลแล้ว แต่ยังดูฉกรรจ์อยู่มากจางซิ่วเอ๋อถอนหายใจพลางสบถเสียงแผ่ว “วุ่นวายจริง ๆ”เวลานี้นางจึงจำต้องกลับเข้าไปในบ้าน จางชุนเถาเห็นจางซิ่วเอ๋อเข้า ๆ ออก ๆ สุดท้ายก็อดถามไม่ได้ “พี่ใหญ่? เกิดอะไรขึ้น?”จางซิ่วเอ๋อก็ไม่อยากให้จางชุนเถารู้ถึงความผิดปกติของตัวเองจึงตอบอย่างไม่คิดอะไร “ไม่มีอะไรหรอก ห้องเก็บฟืนของเรามีน้ำรั่วจุดนึง เจ้าอยู่ในบ้านนะ ข้าไปจัดการครู่เดียว”จางซิ่วเอ๋อขนผ้าฝ้ายที่เหลือก่อนหน้านี้ของตั