วเองออกไปจางชุนเถาขมวดคิ้วพลางนึกสงสัยในใจ ต่อให้ฝนรั่วก็น่าจะใช้ผ้าใบสิ พี่ใหญ่เอาผ้าฝ้ายไปทำอะไร แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ถาม จางซิ่วเอ๋อก็หายเข้าไปในสายฝนแล้วจางซิ่วเอ๋อห่อร่างกายชายหนุ่มด้วยผ้าฝ้ายทั้งตัว และฉีกผ้าฝ้ายชิ้นหนึ่งออกมาพันแผลให้เขา แล้วจึงปล่อยให้ชายผู้นี้อยู่ในห้องเก็บฟืน นางทำสิ่งที่ทำได้หมดแล้วหวังว่าคนผู้นี้จะรีบฟื้นขึ้นมา ถ้าเป็นคนสำนึกบุญคุณยิ่งดี รีบไสหัวไปจากบ้านตัวเองซะ ไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ยิ่งดีจางซิ่วเอ๋อเองก็เหนื่อยมากแล้ว จึงกลับไปนอนทันทีวันรุ่งขึ้น นางตื่นแต่เช้า ด้วยกลัวว่าจางชุนเถาจะตกใจถ้าเจอคน ๆ นี้โดยไม่รู้เรื่องอะไรตอนที่มาถึงห้องเก็บฟืน นางก็เห็นคนผู้นั้นนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ผ้าฝ้ายที่ตัวเองห่อเขาไว้ก็ยังอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นหรือตายจางซิ่วเอ๋อรู้สึกเครียดขึ้นมา คนผู้นี้ไม่ได้ตายไปแล้วใช่ไหม หากตายไปแล้วต้องแย่แน่ เดิมทีนี่ก็เป็นบ้านผีสิงอยู่แล้ว ถ้าตอนนี้เขามาตายที่นี่ อีกหน่อยนางต้องกลายเป็นคนมีปมขนาดไหนพอคิดได้ดังนี้ จางซิ่วเอ๋อก็รีบมาอยู่ตรงหน้าคนผู้นี้ เอื้อมมือไปสัมผัสลมหายใจของเขายังไม่ทันรู้เรื่อง คนผู้นี้ก็ลืมตาโพลง เอ่ยเสียงเย็นยะเยือก “นี่ใคร?”จางซิ่วเอ๋อตกใจนิดหน่อย แค่ชั่วพริบตาคนผู้นี้ก็ยื่นมือออกมาจากห่อผ้าฝ้าย เขาจับข้อมือจางซิ่วเอ๋อไว้ด้วยแรงไม่เบาจนนางร้องร้องซี้ดอย่างอดไม่ได้ มันเจ็บนะจางซิ่วเอ๋อได้สติกลับมา หน้าดำคร่ำเครียดขึ้นมาท