งคนป่วย ปากแดงคิ้วคม ตัดสีหน้าซีดเซียวออกไป เขานับว่าเป็นคนหน้าตาโดดเด่นจริง ๆ ถึงจางซิ่วเอ๋อจะไม่ใช่พวกบ้าคนหล่อ แต่ตอนเห็นหน้าตาของชายคนนี้นางก็อดชมไม่ได้ ผู้ชายคนนี้หน้าตาดีจริง ๆ
วันนี้เขาใส่ชุดผ้าหยาบสีเทาสุดแสนจะธรรมดา ไม่ได้ดูเย็นยะเยือกเหมือนชุดดำที่ใส่วันนั้น กลับมีกลิ่นอายของพวกบัณฑิตร่างกายบอบบางขึ้นมา
จางซิ่วเอ๋อเอื้อมมือไปสัมผัสลมหายใจของคนผู้นี้ พอพบว่าเขายังมีลมหายใจแผ่วเบา นางก็ขมวดคิ้วพูด “ถือว่าติดหนี้เจ้าแล้วกัน”
อย่างไรเสียก็เป็นคนที่ตัวเองเคยช่วยไว้ครั้งหนึ่ง เวลานี้นางจะปล่อยให้คน ๆ นี้ตายไปต่อหน้าต่อตาตัวเองไม่ได้
ในขณะที่จางซิ่วเอ๋อกำลังครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดี ชายหนุ่มก็สะดุ้งและพูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “หนาว”
สุดท้ายจางซิ่วเอ๋อก็ใจอ่อน อย่างไรเสียก็เป็นชายหนุ่มที่เติบโตมาเป็นอย่างดี จะให้นางมองดูคนผู้นี้หนาวตายต่อหน้าต่อตาตัวเองนั้น นางทำไม่ได้หรอก
ส่วนจะกลายเป็นเรื่องยุ่งหรือไม่นั้น ตอนนี้ไม่อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของจางซิ่วเอ๋อแล้ว
ไม่ใช่ว่าจางซิ่วเอ๋อเป็นแม่พระหรอก แต่ตั้งแต่ที่ชายผู้นี้นอนอยู่ที่หน้าบ้านตัวเอง นางก็รู้แล้วว่าโดนความยุ่งยากที่ร่วงลงจากสวรรค์กระแทกเข้าให้ ไม่มีทางเลี่ยงได้เลย
ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว แถมเจ้าคนขี้โรคนี่ก็ไม่เป็นอันตรายต่อพวกนาง จางซิ่วเอ๋อจึงตัดสินใจช่วยคนผู้นี้ นางขมวดคิ้วและจุดไฟในเตา ทำให้ในห้องสว่างขึ้นและอ