บอุ่นขึ้นไม่น้อย
นางปูหญ้าแห้งในห้องเก็บฟืนกับพื้น ถอดเสื้อผ้าเปียกชุ่มของเขาออก แน่นอนว่าจางซิ่วเอ๋อไม่คิดจะถอดพวกกางเกงชั้นในหรอก และไม่มีความมุ่งมั่นจะเสียสละตนขนาดนั้น
แต่ยังดีที่นางไม่เหมือนสตรียุคโบราณที่พอเห็นแผ่นอกของบุรุษแล้วก็เขินอายแทบตาย ถ้าเป็นแบบนั้นคงไม่อาจใช้ชีวิตที่ยุคปัจจุบันได้ ไม่ว่าจะเป็นนายแบบในทีวีหรือบนนิตยสาร ล้วนแต่เปิดเผยเนื้อตัวกันทั้งนั้น
หลังจากถอดชุดคลุมยาวของเขาออก จางซิ่วเอ๋อก็เห็นบาดแผลเป็นทางยาวที่ไหล่ของชายผู้นี้ ถึงเลือดจะไม่ค่อยไหลแล้ว แต่ยังดูฉกรรจ์อยู่มาก
จางซิ่วเอ๋อถอนหายใจพลางสบถเสียงแผ่ว “วุ่นวายจริง ๆ”
เวลานี้นางจึงจำต้องกลับเข้าไปในบ้าน จางชุนเถาเห็นจางซิ่วเอ๋อเข้า ๆ ออก ๆ สุดท้ายก็อดถามไม่ได้ “พี่ใหญ่? เกิดอะไรขึ้น?”
จางซิ่วเอ๋อก็ไม่อยากให้จางชุนเถารู้ถึงความผิดปกติของตัวเองจึงตอบอย่างไม่คิดอะไร “ไม่มีอะไรหรอก ห้องเก็บฟืนของเรามีน้ำรั่วจุดนึง เจ้าอยู่ในบ้านนะ ข้าไปจัดการครู่เดียว”
จางซิ่วเอ๋อขนผ้าฝ้ายที่เหลือก่อนหน้านี้ของตัวเองออกไป
จางชุนเถาขมวดคิ้วพลางนึกสงสัยในใจ ต่อให้ฝนรั่วก็น่าจะใช้ผ้าใบสิ พี่ใหญ่เอาผ้าฝ้ายไปทำอะไร แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ถาม จางซิ่วเอ๋อก็หายเข้าไปในสายฝนแล้ว
จางซิ่วเอ๋อห่อร่างกายชายหนุ่มด้วยผ้าฝ้ายทั้งตัว และฉีกผ้าฝ้ายชิ้นหนึ่งออกมาพันแผลให้เขา แล้วจึงปล่อยให้ชายผู้นี้อยู่ในห้องเก็บฟืน นางทำสิ่งที่ทำได้หมดแล้ว
หว