่? ตอนที่ข้าออกจากบ้านตระกูลจาง ท่านย่าพูดไว้ว่าไม่ให้นังตัวซวยอย่างข้าเข้าบ้านอีก ข้าเคารพนางถึงได้ถือประโยคนี้เป็นเรื่องใหญ่และไม่กลับไปที่บ้านตระกูลจาง”
“ตอนนี้แม่ข้าบอกให้เจ้ากลับมาเจ้าก็ต้องกลับมา ที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ไม่นับแล้ว” จางอวี่หมินเอ่ยพลางเท้าสะเอว หน้าตาเอาแต่ใจ นางหมายความว่าไม่ว่าอย่างไรจางซิ่วเอ๋อก็ต้องกลับบ้าน
จางซิ่วเอ๋ออมองจางอวี่หมินอย่างนึกขำ จางอวี่หมินเองก็ถือว่าเป็นเด็กสาวหน้าตาดี เสียแต่อยู่กับแม่เฒ่าจางนานจนเสียผู้เสียคน นิสัยเอาแต่ใจไร้เหตุผลสุด ๆ
จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียงเอ่ยเสียงเย็น “คำพูดที่พูดออกไปก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป จะเอาคืนกลับมาได้อย่างไรกัน?”
จางอวี่หมินเดินออกมาจากตัวลานบ้าน เดินปราดเดียวมาอยู่ตรงหน้าจางซิ่วเอ๋อ กางมือสองข้างออก มองจางซิ่วเอ๋อและพูดขึ้น “เจ้าบอกข้ามาว่าจะกลับหรือไม่กลับ!”
ตอนที่พูดแบบนี้ จางอวี่หมินก็ไม่ลืมที่จะมองจางซิ่วเอ๋ออย่างพินิจพิเคราะห์
นางพบว่าวันนี้จางซิ่วเอ๋อเปลี่ยนชุดใหม่อีกแล้ว เป็นกระโปรงยาวสีชมพูกลีบบัว ที่น่าทึ่งกว่าคือจางซิ่วเอ๋อติดดอกไม้ผ้าบนศีรษะด้วย!
จางอวี่หมินไม่พอใจขึ้นมาทันที จางซิ่วเอ๋อหน้าตาผอมแห้งเป็นสีเหลือง ขี้เหร่เสียไม่มี สวยสู้ตัวเองได้ที่ไหนกัน? แต่จางซิ่วเอ๋อมีเสื้อผ้าใหม่และดอกไม้ผ้า ในขณะที่ตัวนางเองกลับไม่มี!
“นี่ เอาดอกไม้ผ้าบนหัวเจ้าลงมา!” จู่ ๆ จางอวี่หมินก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย