ทษคุณชายบ้านข้าอีก!”
จางซิ่วเอ๋อผงะ
ไม่มีตา? โขกศีรษะขอโทษ?
นางต้องมีตาที่หลังเหรอ? แล้วต้องโขกศีรษะขอโทษเหรอ?
คนที่พูดเป็นชายหนุ่มอายุ 18-19 ปี เป็นผู้ติดตามของเจ้าคนโชคร้ายที่โดนจางซิ่วเอ๋อชน ตอนนี้กำลังจ้องนางด้วยหน้าตาโกรธเกรี้ยว
เสื่ยวเอ้ออีกด้านก็พูดอย่างร้อนรน “นั่นน่ะสิ! เจ้าทำอะไรเนี่ย? บังอาจมาชนแขกผู้เกียรติของร้านข้า!”
ขณะนั้นเถ้าแก่ก็เดินเข้ามา เสี่ยวเอ้อจึงรีบบอก “เถ้าแก่ นางคนนี้แหละบอกจะมาขายของอะไรไม่รู้ที่ร้านเรา เดินก็ไม่ระวัง ไปชนแขกผู้มีเกียรติเข้า”
เถ้าแก่ตะโกนทันที “เด็ก ๆ จับนางคนที่ก่อเรื่องในร้านไว้!”
จางซิ่วเอ๋อทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ นางโกรธจัดจนหัวเราะ “ใต้หล้านี้มีเหตุการณ์ที่กลับดำเป็นขาวได้ขนาดนี้เลยเหรอ! ข้าว่าร้านนี้เป็นร้านใจดำชัด ๆ!”
นางพูดพลางลูบเอวตัวเองไปด้วย เจ็บจริง ๆ เลย
“ข้าจนไปหน่อยก็จริง แต่ข้ามาที่ร้านก็ไม่ได้มาก่อเรื่อง ข้าก็แค่อยากถามว่าร้านนี้รับซื้อปลาไหม เดิมทีก็เป็นแค่การซื้อขายอยู่แล้ว ใช่ว่าข้าวิงวอนขอความเมตตาจากพวกท่านสักหน่อย ต่อให้พวกท่านไม่อยากซื้อ ปฏิเสธข้าเสียก็จบ แต่พี่ชายคนนี้กลับยื่นมือมาผลักข้า” จางซิ่วเอ๋อโมโหจนหน้าแดงก่ำ
“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ข้าเป็นสตรี เพียงเขาผลักข้าแบบนี้ก็ทำลายชื่อเสียงข้าแล้ว การที่เขาผลักข้ามันสมควรแล้วเหรอ?”
พูดมาถึงตรงนี้ จางซิ่วเอ๋อก็ชะงักนิดหน่อย มีเพียงนัยน์ตาเปล่งประกายอยู่บนใบหน้า นางหันกล