๋อก็ชะงักไปนิดหน่อย มองแม่หลินด้วยหน้าตาอึ้ง ๆ “อ้า ในที่สุดข้าก็รู้แล้วว่าทำไมท่านต้องหาเรื่องข้าขนาดนี้ ข้าก็ว่าอยู่ว่าทำไมท่านถึงทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายชื่อเสียงข้า?”
“ทุกคนอยากรู้ไหมเจ้าคะว่าทำไมท่านป้าหลินถึงทำกับข้าแบบนี้” จางซิ่วเอ๋อถามเสียงดัง
จากนั้น ไม่รอให้มีคนถาม จางซิ่วเอ๋อก็คลี่ยิ้ม “สวี่อวิ๋นซานไม่ได้ชอบข้า และข้าก็ไม่ได้ไปยั่วสวี่อวิ๋นซาน แต่เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานนักข้าได้ขึ้นเขาไปตัดหญ้า แล้วเห็นชายหญิงคู่หนึ่งในป่า….”
พูดมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงจางซิ่วเอ๋อก็สื่อเป็นนัย “พวกท่านก็รู้ ข้าทำงานจนฟ้ามืดถึงได้กลับบ้านทุกวัน ตอนนั้นฟ้ามืดแล้ว บนเขาก็ไม่มีใคร ตอนข้าเห็นสองคนนี้ยังแปลกใจอยู่เลย ข้าจึงเข้าไปใกล้เพื่อจะได้มองเห็นชัด ๆ …..”
“แต่ตอนนั้นมืดเกินไป ข้าเห็นสองคนนั้นไม่ชัด เห็นแค่บุรุษผู้นั้นสวมชุดสีเทา ส่วนสตรีผู้นั้นรูปร่างคล้ายท่านป้าหลินอยู่นะเจ้าคะ” จางซิ่วเอ๋อพูดมาถึงตรงนี้ก็ยิ้มอย่างมีความหมาย
“ตอนแรกข้าลืมเรื่องนี้ไปแล้วนะ พอวันนี้ท่านป้าหลินมาหาเรื่องข้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยข้าก็นึกออกแค่สาเหตุเดียว ท่านคงคิดว่าตอนนั้นข้ารู้ว่าเป็นท่าน เลยกลัวว่าข้าจะเอาไปพูด จึงทำลายชื่อเสียงข้า ถ้าชื่อเสียงข้าไม่ดี ต่อให้ข้าพูดอะไรก็ไม่มีคนเชื่อ” จางซิ่วเอ๋อพูดต่อ
แม่นางน้อยบอกได้แม้กระทั่งว่าบุรุษผู้นั้นสวมชุดสีเทา ในหมู่บ้านชิงสือมีบุรุษสวมชุดสีเทาไม่น้อย แถมมีบุรุษจำนวนนึง