ดนี้ ถ้าไม่รักษาให้ทันท่วงที ต่อให้ฟื้นขึ้นมาได้ ก็อาจจะกลายเป็นคนสติไม่ดี….”
“แล้วต้องใช้กี่ตำลึงรักษากัน?” แม่เฒ่าจางถามต่อ
หมอเมิ่งลังเล ก่อนจะเอ่ยขึ้น “อาการนางค่อนข้างหนัก อย่างน้อย ๆ ก็ต้องใช้ 10 ตำลึงเงิน อีกอย่าง…ก็ใช่ว่าจะรักษาหาย…..”
“อะไรนะ? 10 ตำลึงเงิน!?” แม่เฒ่าจางทั้งตกใจทั้งโมโห
หมอเมิ่งถอนหายใจ “ท่านป้าจาง ท่านก็รู้จักข้าดี ข้าเห็นว่าพวกเราอยู่หมู่บ้านใกล้กันจึงคิดให้ถูก ๆ ถ้าไปที่แคว้น อย่างน้อย ๆ ก็ต้องใช้ 20 ตำลึงเงินเชียวนะ…”
หมอเมิ่งพูดมาถึงตรงนี้ก็เอ่ยต่อ “ถ้าพวกท่านยังไม่มีตำลึงพอ ติดข้าไว้ก่อนก็ได้ ค่อย ๆ คืนทีหลัง”
แม่เฒ่าจางเชื่อถือคำพูดของหมอเมิ่ง ค่ารักษาและยาของเขาถูกที่สุดในรัศมีรอบ ๆ นี้แล้ว
แต่ 10 ตำลังเงินเลยเหรอ? นังเด็กนี่ราคาแค่ 4 ตำลึงเงิน มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละถึงจะควัก 10 ตำลึงเงินรักษาให้
ในอีกด้านนึง แม่นางเฉียนได้ยินดังนี้ก็ยิ่งจะไม่เอานังเด็กนี่เข้าไปใหญ่ พาหล่อนไปต้องจ่ายตั้ง 4 ตำลึงเงิน กลับไปต้องดูแลอีก ที่สำคัญที่สุดคืออาจจะไม่หาย….
นี่มันตัวรอขาดทุนชัด ๆ
แม่นางเฉียนไม่คิดจะทำการซื้อขายแล้ว และไม่อยากอยู่ที่นี่ให้เรื่องราวมันยืดเยื้อด้วย นางจึงลุกขึ้นจะไปทันที
แม่เฒ่าจางที่เห็นแบบนี้จะยอมให้แม่นางเฉียนไปได้อย่างไร? จึงเอ่ยขึ้นทันที “แม่นางเฉียน เจ้าไม่ซื้อแล้วหรือ?”
“ข้าไม่อยากซื้อคนเอ๋อกลับไป การซื้อขายของเราจบแล้ว” แม่นางเฉียนให้คำต