่ไม่ต้องพูดอะไรแล้วเจ้าค่ะ ข้ารู้ว่าพี่ทรมานใจ แต่เราต้องมีชีวิตต่อไปนะเจ้าคะ เพราะถ้าพี่ตาย มันก็จะสมความปรารถนาของท่านย่าพอดี” จางชุนเถารีบเอ่ยขึ้น
เด็กสาวชะงักไปก่อนจะเอ่ยขึ้นอีก “เมื่อวานท่านย่ากลัวว่าข้าจะก่อเรื่องจึงขังข้าไว้ ไม่อย่างนั้นต่อให้ต้องตายข้าก็ไม่ยอมให้พี่แต่งงานหรอก”
พูดมาถึงตรงนี้ จางชุนเถาก็เอ่ยเสียงเบา “ท่านย่าบอกว่า ถ้าพี่ตาย จะไม่ให้พี่แม้กระทั่งหลุมศพ ทั้งจะได้ประหยัดข้าวด้วย”
“เพราะฉะนั้นพวกเราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป มีชีวิตอยู่ต่ออีกยาว ๆ นะเจ้าคะ” ใบหน้าอ่อนเยาว์ของจางชุนเถาเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น
จางซิ่วเอ๋อนึกเศร้าใจขึ้นมา จึงร้องไห้อย่างอดไม่ได้
อาจเป็นเพราะมาถึงต่างมิติแล้วได้รับความห่วงใยเป็นครั้งแรก อาจเป็นเพราะความทรงจำจากเจ้าของร่าง ทำให้จางซิ่วเอ๋อซาบซึ้งในน้ำใจของยัยหนูตรงหน้ามาก
เสียงของเธอแหบแห้ง “น้องรอง เจ้าสบายใจได้ ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป”
จางชุนเถายิ้ม หยิบซาลาเปาออกจากอกเสื้อตนเองแล้วยื่นให้จางซิ่วเอ๋อ “นี่ข้าแอบซ่อนไว้ตั้งแต่เมื่อวานเจ้าค่ะ”
จางซิ่วเอ๋อรู้ว่าแม่เฒ่าจางจะคอยนับไว้อย่างชัดเจนว่าเด็กในบ้านกินซาลาเปาไปกี่ลูก การที่จางชุนเถาเก็บซาลาเปาไว้ก็หมายความว่าตัวนางเองย่อมต้องกินไม่อิ่ม
ซาลาเปานี้มีผักเยอะแป้งน้อย แถมยังเป็นแป้งหยาบมีรำข้าวปนมาไม่น้อย กินแล้วบาดคอสุด ๆ แต่เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อไปเธอก็ต้องกิน จึงกัดลงไป
เธอนึกพึมพำใน